BTCC / BTCC Square / BitByte7 /
FATF เผย Stablecoin ถูกใช้ฟอกเงินเพิ่มขึ้นอย่างหนัก ส่งสัญญาณให้รัฐบาลทั่วโลกเตรียมควบคุมเข้มงวด

FATF เผย Stablecoin ถูกใช้ฟอกเงินเพิ่มขึ้นอย่างหนัก ส่งสัญญาณให้รัฐบาลทั่วโลกเตรียมควบคุมเข้มงวด

Author:
BitByte7
Published:
2026-03-04 08:41:02
10
2


หน่วยงาน FATF (Financial Action Task Force) ได้ออกมาเปิดเผยรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการใช้ Stablecoin ในการฟอกเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศเริ่มเตรียมมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกับ Stablecoin ชื่อดังอย่าง USDT และ USDC ที่ถูกใช้ในวงกว้างทั้งในการแลกเปลี่ยนแบบ peer-to-peer และการทำธุรกรรมอื่นๆ

FATF ชี้ Stablecoin กลายเป็นเครื่องมือฟอกเงินที่นิยมมากขึ้น

จากรายงานล่าสุดของ Financial Action Task Force (FATF) พบว่า Stablecoin กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่มีการใช้ Stablecoin ในการฟอกเงินเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ทาง FATF ระบุว่า ช่องทางหลักที่ถูกใช้ในการฟอกเงินคือการทำธุรกรรมแบบ peer-to-peer (P2P) ซึ่งยากต่อการตรวจสอบและติดตาม โดย Stablecoin ที่ถูกใช้บ่อยที่สุดคือ USDT ของ Tether และ USDC ของ Circle

ประเภท Stablecoin ส่วนแบ่งการใช้งานในการฟอกเงิน ปี
USDT 45% 2026
USDC 25% 2026
อื่นๆ 30% 2026

ทาง FATF ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบังคับใช้มาตรการ KYC (Know Your Customer) และ AML (Anti-Money Laundering) อย่างเคร่งครัดสำหรับทุกแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกรรม P2P

ในส่วนของผู้ให้บริการ Stablecoin อย่าง Tether และ Circle ได้ออกมายืนยันว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเต็มที่แล้ว แต่ทาง FATF ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ในการตรวจสอบธุรกรรมบางประเภท

จากข้อมูลของ CoinMarketCap พบว่า ปริมาณการซื้อขาย Stablecoin ทั่วโลกในปี 2026 มีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 40% สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญจาก BTCC ระบุว่า "การเติบโตของ Stablecoin นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทาย ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขาย เรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดและร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อป้องกันการฟอกเงิน"

ทั้งนี้ FATF ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกเพิ่มมาตรการควบคุม Stablecoin ให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยและการตรวจสอบตัวตนผู้ใช้งานอย่างละเอียด

รัฐบาลทั่วโลกเตรียมออกมาตรการควบคุม Stablecoin

หน่วยงาน Financial Action Task Force (FATF) ได้ออกมาเปิดเผยว่า Stablecoin กำลังถูกใช้ในการฟอกเงินมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งสัญญาณให้รัฐบาลทั่วโลกเตรียมออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบ peer-to-peer ที่อาจถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

จากข้อมูลของ CoinDesk และแหล่งข้อมูลทางการเงินอื่นๆ พบว่า Stablecoin อย่าง USDT และ USDC กำลังถูกใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น FATF ระบุว่าปัญหานี้เกิดจากการขาดมาตรการ Know Your Customer (KYC) และ Anti-Money Laundering (AML) ที่เพียงพอในบางแพลตฟอร์ม

หลายประเทศเริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้ โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่กำลังพิจารณากฎหมายใหม่เพื่อควบคุม Stablecoin อย่างเข้มงวด ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก Stablecoin ที่ไม่ได้รับการควบคุม

เจมี ไดมอน CEO ของ JPMorgan ยังได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า "Stablecoin จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเช่นเดียวกับสถาบันการเงินดั้งเดิม เพื่อป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด"

ทางด้านทีมวิเคราะห์ของ BTCC ระบุว่า แม้ Stablecoin จะมีประโยชน์ในด้านความเสถียรของมูลค่า แต่การขาดการควบคุมอาจนำไปสู่ความเสี่ยงหลายประการ ทั้งในแง่ความมั่นคงทางการเงินและการใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย

ผู้ใช้งานควรระมัดระวังและทำความเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนทำธุรกรรมด้วย Stablecoin ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลค่าตลาดและปริมาณการซื้อขายสามารถตรวจสอบได้จาก CoinMarketCap และ TradingView

ผลกระทบต่อตลาด Stablecoin ในปี 2026

จากสถานการณ์ล่าสุด ทำให้หลายแพลตฟอร์มเริ่มปรับตัวโดยเพิ่มมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น สำหรับผู้ใช้ Stablecoin ทุกคนต้องผ่านกระบวนการ KYC ที่ละเอียดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการใช้งานในระยะสั้น แต่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตลาดในระยะยาว

นักวิเคราะห์จาก BTCC มองว่า "มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงแต่ก็อาจทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจใช้งาน Stablecoin ใดๆ"

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่ามูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin ยังคงทรงตัวที่ประมาณ 150 พันล้านดอลลาร์ แม้จะมีข่าวลบต่างๆ ออกมาก็ตาม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Stablecoin และการฟอกเงิน

Stablecoin ถูกใช้ฟอกเงินได้อย่างไร?

Stablecoin สามารถถูกใช้ฟอกเงินได้ผ่านการทำธุรกรรมแบบ peer-to-peer ที่ยากต่อการตรวจสอบ หรือการแลกเปลี่ยนระหว่างวอลเล็ตต่างๆ โดยไม่ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่ทำ KYC

มาตรการใหม่ของ FATF จะมีผลเมื่อไร?

คาดว่ามาตรการใหม่จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2026 นี้ โดยประเทศสมาชิก FATF ต้องนำไปปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่กำหนด

ผู้ใช้ทั่วไปจะได้รับผลกระทบอย่างไร?

ผู้ใช้ทั่วไปอาจต้องเผชิญกับกระบวนการตรวจสอบที่ยาวนานขึ้น แต่จะได้ประโยชน์จากระบบที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากขึ้นในระยะยาว

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.