BTCC / BTCC Square / BTCNews /
แนวโน้ม BTC วันนี้: ปรับตัวด้านล่างจากแรงกดดันระยะสั้น แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง

แนวโน้ม BTC วันนี้: ปรับตัวด้านล่างจากแรงกดดันระยะสั้น แต่พื้นฐานระยะยาวยังแข็งแกร่ง

Author:
BTCNews
Published:
2026-03-28 08:57:25
17
2
[TRADE_PLUGIN]BTCUSDT,BTCUSDT[/TRADE_PLUGIN]

#BTC

การวิเคราะห์ทางเทคนิค BTCUSDT: แนวโน้มปรับฐานในระยะสั้น

ตามข้อมูลทางเทคนิค ณ วันที่ 28 มีนาคม 2026 ราคา BTC ปัจจุบันอยู่ที่ 66,117.33 USDT ซึ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (70,273.71) อย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงแรงขายในระยะสั้นที่เด่นชัด

จากมุมมองของ BTCC Financial Analyst Emma: "สัญญาณ MACD ที่ติดลบ (-163.69) และเส้นสัญญาณที่ต่ำกว่า (-1,388.88) บ่งชี้ถึงโมเมนตัมขาลงที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ค่า Histogram ที่เป็นบวก (1,225.18) แสดงให้เห็นว่าการตกต่ำอาจชะลอตัวลง ราคาปัจจุบันใกล้กับแถบบอลลิงเจอร์ล่าง (66,017.87) ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับชั่วคราว หากราคาสามารถยึดเหนือระดับนี้ได้ อาจเห็นการฟื้นตัวสู่เส้นกลาง (70,273.71) ได้"

BTCUSDT

แรงกดดันจากข่าวสาร: ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อตลาด

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการขาย Bitcoin ก่อนกำหนด กดดันให้ราคาลดลงต่ำกว่า 66,000 USDT ขณะเดียวกัน การถอนเงิน 171 ล้านดอลลาร์จาก Bitcoin ETF และการหมดอายุออปชัน 14 พันล้านดอลลาร์ สร้างสภาพคล่องด้านลบในตลาด

Emma จาก BTCC ให้ความเห็นว่า: "แม้จะมีข่าวลบ แต่มีปัจจัยสนับสนุนบางประการ เช่น การลดค่าธรรมเนียม Bitcoin ETF ของ Morgan Stanley เป็น 0.14% และวาฬสะสม BTC มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในระยะยาว การเติบโตของอำนาจการตลาด Bitcoin ยังคงเป็นแนวโน้มเชิงบวกพื้นฐาน"

บิทคอยน์ร่วงทะลุ 68,000 ดอลลาร์ หลังความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์จุดชนวนความตื่นตระหนกในตลาด

บิทคอยน์ร่วงลงสู่ระดับ 67,700 ดอลลาร์ท่ามกลางแรงกดดันจากการขายที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมทะลุรูปแบบกราฟสามเหลี่ยมลดลง (Descending Triangle) การปรับตัวลดลงของสินทรัพย์ดิจิทัลสะท้อนถึงความปั่นป่วนในตลาดวงกว้าง หลังดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) ร่วงลงสู่ระดับ 13 ซึ่งส่งสัญญาณถึงสภาวะ 'ความกลัวขั้นรุนแรง' ในหมู่ผู้ลงทุน

ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง สร้างความวิตกให้กับทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน โดยแนวโน้มความรู้สึกของตลาด (Market Sentiment) เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว จนดัชนีความกลัวแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตลาดหมีในปี 2022

มอร์แกน สแตนลีย์ เปิดศึกราคา ETF บิทคอยน์ ด้วยค่าธรรมเนียม 0.14%

มอร์แกน สแตนลีย์ ได้เปิดฉากการแข่งขันด้านค่าธรรมเนียมในตลาด ETF บิทคอยน์ ด้วยการเสนอค่าธรรมเนียมจัดการเพียง 0.14% ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งรายใหญ่ แฟ้มข้อมูลที่อัปเดตต่อ SEC ชี้ให้เห็นว่า ETF บิทคอยน์สปอตที่จะออกมาใหม่ของธนาคารนี้จะกลายเป็นผู้นำด้านต้นทุนต่ำ สร้างแรงกดดันต่อคู่แข่งอย่าง BlackRock (0.25%) และ Grayscale (0.15%)

การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาด ETF บิทคอยน์มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งความแตกต่างเพียงไม่กี่เบสิกพอยต์สามารถเปลี่ยนการจัดสรรเงินของสถาบันได้ ผู้นำตลาดตอนนี้เผชิญแรงกดดันให้ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม ขณะที่การยอมรับผลิตภัณฑ์คริปโตของวอลล์สตรีทเข้าสู่ช่วงใหม่ของการแข่งขันด้านราคา

ความตึงเครียดทางการฑูตทำให้อิหร่านเลื่อนการตอบสนอง ขณะที่การครองตลาดของบิทคอยน์เพิ่มความกังวล

การตอบสนองตามแผนของอิหร่านต่อข้อเสนอการเจรจาถูกเลื่อนออกไป หลังจากการโจมตีโรงงานเหล็ก โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงส่งสัญญาณถึงความล่าช้าในสิ่งที่คาดว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการฑูต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ Abbas Araghchi ประณามการโจมตีและยืนยันว่าอิหร่านจะทำให้เกิดผลตามมาสำหรับผู้ที่รับผิดชอบ เหตุการณ์นี้ได้นำความไม่แน่นอนใหม่เข้าสู่ช่องทางการฑูตที่เปราะบางอยู่แล้ว

ในขณะเดียวกัน การครองตลาดของบิทคอยน์กำลังส่งสัญญาณเตือน ดึงดูดความสนใจจากนักวิเคราะห์ ตำแหน่งที่ผันผวนของคริปโทเคอร์เรนซีสะท้อนถึงความตึงเครียดที่กว้างขึ้นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์มักแปลเป็นความผันผวน ไม่มีเหรียญหรือแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนอื่น ๆ ถูกกล่าวถึงอย่างโดดเด่นในความสัมพันธ์กับพัฒนาการเหล่านี้

บิทคอยน์ทดสอบแนวรับสำคัญที่ 67,900 ดอลลาร์ นักเทรดประเมินทิศทางตลาด

การเคลื่อนไหวราคาบิทคอยน์ในสัปดาห์นี้หมุนรอบระดับ 67,900 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่นักเทรดจับตาอย่างใกล้ชิด การลดลง 4.5% เมื่อต้นสัปดาห์ได้เพิ่มความสนใจต่อโซนนี้ โดยผู้เล่นในตลาดกำลังถกเถียงกันว่าจะสามารถยืนเป็นแนวรับได้หรือจะเปิดทางสู่การปรับตัวลงต่อ

นักวิเคราะห์อย่าง KillaXBT ชี้ว่าหากราคาคงตัวต่ำกว่า 67,900 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง อาจเปิดทางสู่การทดสอบที่ 65,000 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน การรักษาระดับนี้ไว้ได้อาจปูทางสู่การฟื้นตัวสู่ 69,500 ดอลลาร์ ความสามารถของคริปโตเคอร์เรนซีในการป้องกันจุดหมุนนี้ถูกมองว่ามีความชี้ขาดต่อโมเมนตัมระยะสั้น

ความรู้สึกตลาดดูเหมือนจะแบ่งออกระหว่างผู้ที่คาดการณ์การกลับตัวและผู้ที่เตรียมรับแรงกดดันต่อเนื่อง ความตึงเครียดนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในวงกว้างของตลาดคริปโต ขณะที่ผู้เล่นประเมินระดับเทคนิคเทียบกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค

บิทคอยน์พุ่งเป้า 200,000 ดอลลาร์: เลพาร์ดมองการพิมพ์เงินของเฟดเป็นตัวเร่ง

ลอว์เรนซ์ เลพาร์ด นักลงทุนด้านมาโคร คาดการณ์ว่าบิทคอยน์จะทะยานไปที่ระดับ 200,000 ดอลลาร์ โดยมองว่าราคาปัจจุบันเป็นโอกาสซื้อมากกว่าจุดสูงสุด สมมติฐานของเขาอิงกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หวนกลับมาพิมพ์เงินอย่างเงียบ ๆ ในอัตรา 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเขามองว่าเป็นสัญญาณนำไปสู่การลดค่าของเงินดอลลาร์

"เหมือนได้สเต็กเนื้อชั้นดีในราคาลด" เลพาร์ดกล่าวอย่างติดตลก พร้อมกระตุ้นให้นักลงทุนสะสม BTC ที่ราคา 70,000 ดอลลาร์ เขาวาดเส้นขนานกับวิกฤตการณ์สุเอซของอังกฤษ ที่การใช้งบประมาณเกินตัวนำไปสู่การพังทลายของค่าเงิน โดยชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐ (เกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี) จะไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากการเร่งสร้างเงิน

การวิเคราะห์นี้ไม่รวมการเก็งกำไรแบบตื่นตัว แต่จัดวางบิทคอยน์ในฐานะเครื่องป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง มุมมองระยะหลายปีของเลพาร์ดคาดการณ์ว่า "การพิมพ์เงินแบบค่อยเป็นค่อยไป" จะขยายเป็นระดับล้านล้าน — คลื่นยักษ์ที่จะยกสินทรัพย์ดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดให้สูงขึ้น

หุ้น Citigroup ร่วง 3.9% ท่ามกลางการเจรจาซื้อธนาคารระดับภูมิภาค

หุ้น Citigroup ร่วงลงมาอยู่ที่ 108.01 ดอลลาร์ สูญเสียมูลค่า 3.91% เนื่องจากตลาดตอบสนองต่อแผนขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ธนาคารกำลังประเมินการเข้าซื้อกิจการธนาคารระดับภูมิภาคหรือโบรกเกอร์ที่มีสินทรัพย์ประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมฐานธุรกิจในสหรัฐฯ เป้าหมายอาจรวมถึง Stifel หรือ Raymond James แม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านกฎหมายรออยู่

แม้การเติบโตของธนาคารเพื่อองค์กรจะพุ่งสูงถึง 78% แต่หุ้นของ Citi ยังตามหลังคู่แข่ง ธนาคารปลดล็อกเงินทุน 6.5 พันล้านดอลลาร์จากการขายธุรกิจเพื่อการขยายตัว สิ่งที่น่าสนใจคือ Citi กำลังก้าวหน้าด้วยบริการดูแลรักษา Bitcoin และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินบนบล็อกเชน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับการยอมรับคริปโตในระดับสถาบัน

บิทคอยน์ร่วงทะลุ 66,000 ดอลลาร์ หลังการขายเหรียญยุคแรกเริ่มสร้างแรงกดดัน

บิทคอยน์ร่วงลงต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ ภายใต้แรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการขายเหรียญยุค 'ซาโตชิ' ที่ไม่เคลื่อนไหวมานาน การทยอยขายเหรียญบิทคอยน์ยุคเริ่มต้นของ Galaxy Digital ซึ่งมีรายงานว่ามากกว่า 100,000 BTC ได้ซ้ำเติมความกังวลในตลาด โดยนักวิจัยบล็อกเชน Darkfost ยืนยันการโอนเหรียญจำนวน 4,292 BTC ในวันเดียวเมื่อวันที่ 25 มีนาคม

การขายครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความหวังที่ริบหรี่ต่อการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง ผู้เล่นในตลาดกำลังจับตาว่าการขายเหรียญยุคแรกเริ่มเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลกระทบลูกโซ่ต่อสินทรัพย์คริปโตอื่นๆ หรือไม่

บิทคอยน์เผชิญแรงกดดันขาลง: Peter Brandt เตือนอาจร่วงสู่ระดับ 49,000 ดอลลาร์

Peter Brandt นักเทรดตลาดวอลุ่มใหญ่ ชี้ให้เห็นรูปแบบเทคนิคที่น่ากังวลสำหรับบิทคอยน์ โดยระบุว่าสกุลเงินดิจิทัลอาจปรับตัวลงสู่ระดับ 49,000 ดอลลาร์สหรัฐ รูปแบบ Bear Flag บนกราฟรายสัปดาห์เกิดขึ้นหลังราคาร่วงลง 42% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 ที่ 126,000 ดอลลาร์ โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 66,000 ดอลลาร์

การวิเคราะห์ของ Brandt ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของความพยายามฟื้นตัวของบิทคอยน์ โดยสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงดิ้นรนเพื่อฟื้นโมเมนตัมขึ้นมา และปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลถึง 47% ผู้เทรดกำลังจับตาการทะลุระดับ 60,000 ดอลลาร์อย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการขาดทุนสู่เป้าหมายที่ Brandt คาดการณ์ไว้

กองทุน ETF Bitcoin ถูกถอนเงินออก 171 ล้านดอลลาร์ หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สั่นคลอนตลาดคริปโต

กองทุน ETF Bitcoin แบบสปอตในสหรัฐฯ บันทึกการไหลออกของเงินในวันเดียวที่มากที่สุดในรอบสามสัปดาห์ หลังจากนักลงทุนดึงเงินออก 171 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น การเทขายครั้งนี้ดึงให้ราคา Bitcoin ตกลงมาอยู่ต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ โดยกองทุน IBIT ของ BlackRock (ไหลออก 41 ล้านดอลลาร์), FBTC ของ Fidelity (32 ล้านดอลลาร์) และ ARKB ของ ARK 21Shares (30.5 ล้านดอลลาร์) เป็นผู้นำการเทขาย

การถอนเงินครั้งนี้เป็นการพลิกกลับอย่างรวดเร็วจากกระแสเงินไหลเข้าสูงถึง 1.36 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม แม้ว่าพอร์ตโฟลิโอของกองทุน ETF จะยังคงมีมูลค่าสุทธิเป็นบวกสำหรับเดือนนี้ก็ตาม กองทุน GBTC ของ Grayscale ยังคงมีกระแสเงินไหลออกต่อเนื่อง โดยมีเงินไหลออก 24 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลกระทบที่หลงเหลือจากการแปลงเป็นกองทุน ETF เมื่อต้นปีนี้

นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่าความผันผวนนี้มาจากแนวโน้มการลดความเสี่ยง (risk-off sentiment) ทุกกลุ่มสินทรัพย์ โดยตลาดคริปโตสะท้อนปฏิกิริยาของตลาดดั้งเดิมต่อความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นแม้ Bitcoin จะมีกำไรสูงถึง 60% นับตั้งแต่ต้นปี และบรรลุความสำเร็จสำคัญในการยอมรับจากสถาบันการเงิน

บิทคอยน์ร่วงหนักใต้ $67,000 หลังหมดอายุออปชัน $14B และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

บิทคอยน์ร่วงลง 3.94% มาอยู่ที่ $66,553 หลังเกิดเหตุการณ์สำคัญสองประการที่สั่นคลอนตลาดคริปโต การหมดอายุของสัญญาออปชัน BTC มูลค่า $14.16 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดในปี 2026 ได้กระตุ้นให้เกิดการปิดตำแหน่งเชิงกลไกใกล้ระดับ 'ความเจ็บปวดสูงสุด' (max pain) ที่ $75,000 พร้อมกันนั้น การข่มขู่ของอิหร่านที่จะปิดล้อมช่องแคบบับเอลมันเดบได้เพิ่มแรงกดดันด้านความเสี่ยงให้กับสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด

การหมดอายุออปชันบน Deribit กระตุ้นให้เกิดการล้างพอร์ตแบบต่อเนื่อง ทำลายสัญญาซื้อ (long) BTC มูลค่า $115 ล้านดอลลาร์ภายในหนึ่งชั่วโมง นักวิเคราะห์ทางเทคนิคเตือนถึงรูปแบบ 'ธงหมี' (bear flag) ที่คล้ายคลึงกับการร่วงลง 32% ในเดือนมกราคม 'หากปิดราคาต่ำกว่า $66,000 อาจเปิดทางสู่ $46,000' ตามคำกล่าวของ Crypto Patel ขณะที่ Ran Neuner ชี้ว่า $50,000 เป็นเขตสนับสนุน (support zone) ต่อไป

การขายครั้งนี้ลบมูลค่าทุนตลาดรวมของตลาดคริปโตไป $70 พันล้านดอลลาร์ภายในสี่ชั่วโมง นักเทรดกำลังจับตาว่าความต้องการจากสถาบันการเงินจะสามารถชดเชยแรงกดดันสองประการจากความปั่นป่วนในตลาดอนุพันธ์และการยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้หรือไม่ ซึ่งนี่คือการทดสอบการเติบโตของบิทคอยน์ในฐานะสินทรัพย์มหภาค

วาฬ Bitcoin สะสม BTC มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ท่ามกลางการรวมตัวของตลาด

ผู้ถือ Bitcoin ขนาดใหญ่ได้เพิ่มพูนตำแหน่งของพวกเขาขึ้น 61,568 BTC (มูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์) ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก Santiment เผยว่ากระเป๋าเงินที่ถือ 10 ถึง 10,000 BTC เพิ่มยอดคงเหลือขึ้น 0.45% ในขณะที่กระเป๋าเงินขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 0.01 BTC) เพิ่มขึ้น 213 BTC ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 0.42%

กระแสเงินไหลออกจากตลาดซื้อขายยังคงดำเนินต่อไปตลอดเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นสัญญาณของการสะสมที่ยั่งยืน สังเกตได้ว่าวาฬสองรายได้ย้าย BTC หลายสิบล้านดอลลาร์ไปยังตลาดซื้อขายในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งตรงกับช่วงที่ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวในแนวนอนระหว่าง 68,100 ถึง 73,000 ดอลลาร์

'เมื่อวาฬสะสมในช่วงที่ตลาดรวมตัว มันคือสปริงที่ถูกกดไว้' นักวิเคราะห์จาก Santiment กล่าว แนวโน้มนี้สะท้อนถึงช่วงสะสมในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ที่นำไปสู่การพุ่งสูงขึ้นจากกองทุน ETF ในเดือนมกราคม

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.