BTCC / BTCC Square / BTCNews /
แนวโน้ม BTC วันนี้: ปรับตัวทดสอบแนวรับ ก่อนฟื้นตัวต่อจากแรงซื้อสถาบัน

แนวโน้ม BTC วันนี้: ปรับตัวทดสอบแนวรับ ก่อนฟื้นตัวต่อจากแรงซื้อสถาบัน

Author:
BTCNews
Published:
2025-12-22 06:00:22
10
3
[TRADE_PLUGIN]BTCUSDT,BTCUSDT[/TRADE_PLUGIN]

#BTC

BTCUSDT: ดัชนีชี้แนะแนวโน้มปรับฐานในระยะสั้น พร้อมโอกาสฟื้นตัว

จากข้อมูลทางเทคนิค ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2025 ราคา BTC ปัจจุบันอยู่ที่ 88,519.51 USDT ซึ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (89,667.15) แสดงถึงแรงกดดันขายในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม จอห์น นักวิเคราะห์การเงินของ BTCC ชี้ว่า แม้ MACD จะยังคงอยู่ในแดนบวก (401.07) แต่เส้นสัญญาณที่ -107.03 และฮิสโตแกรมที่ 508.11 บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นอาจเริ่มชะลอตัว

แถบบอลลิงเจอร์แสดงให้เห็นราคาปัจจุบันอยู่ใกล้กับเส้นกลาง (89,667.15) โดยมีแนวรับสำคัญที่ 85,240.50 และแนวต้านที่ 94,093.80 การทดสอบแนวรับดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนการฟื้นตัวครั้งต่อไป

BTCUSDT

แรงหนุนสถาบัน-นโยบายการเงิน สร้างบรรยากาศบวกให้ตลาดคริปโต

จอห์นจาก BTCC วิเคราะห์ว่า ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการซื้อ Bitcoin มูลค่า 980 ล้านดอลลาร์ของ MicroStrategy และการไหลเข้าสุทธิ 25,000 ล้านดอลลาร์ในกองทุน Bitcoin ETF ของ BlackRock (IBIT) แสดงให้เห็นถึงความต้องการจากสถาบันที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะปรับตัวลดลง 9.6%

ปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมมาจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยุติยุคอัตราดอกเบี้ยติดลบ ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงเช่นคริปโตเคอเรนซี

การทวีต 'จุดสีส้ม' ลึกลับของ Michael Saylor ถูกตีความโดยตลาดว่าเป็นสัญญาณการสะสม Bitcoin ต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มทางเทคนิคที่คาดการณ์การปรับฐานก่อนฟื้นตัว

โครงสร้างราคาบิทคอยน์ชี้แนวโน้มทดสอบ 70,000 ดอลลาร์: นักวิเคราะห์เผย

การเคลื่อนไหวราคาบิทคอยน์บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการปรับฐานลงสู่ระดับ 70,000 ถึง 73,000 ดอลลาร์ ตามการวิเคราะห์ล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2025 โดยเทรดเดอร์เชิงปริมาณ CryptoOnchain ได้สรุปปัจจัยหลายประการที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดอาจทดสอบภูมิภาคซัพพอร์ตนี้ในช่วงต้นปี 2026 ขณะที่บิทคอยน์ยังคงซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 88,330 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์กำลังจับตาดูโซนเทคนิคที่สำคัญซึ่งอาจกำหนดแนวโน้มระยะใกล้ของสินทรัพย์ดิจิทัลนี้

การวิเคราะห์ของ CryptoOnchain เน้นย้ำถึงความสำคัญของ Point of Control (POC) ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่ง พื้นที่นี้มักทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านที่แข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าบิทคอยน์เคลื่อนตัวรอบๆ POC ของมันโดยไม่แสดงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในการกลับไปยึดระดับที่สูงขึ้น ปฏิกิริยาราคาที่อ่อนแอนี้ได้เพิ่มความน่าจะเป็นของการปรับฐานสู่โซน 70,000–73,000 ดอลลาร์

ระดับ 73,000 ดอลลาร์ เคยทำจุดสูงสุดสำคัญในรอบก่อนหน้า นักเทรดในปัจจุบันมองว่ามันเป็น 'การพลิกแนวรับ' ที่เป็นไปได้ ซึ่งแนวต้านเดิมอาจเปลี่ยนเป็นจุดสนใจซื้อที่แข็งแกร่ง หากราคาเข้าใกล้พื้นที่นี้อีกครั้ง มันอาจทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของบิทคอยน์

CryptoAppsy ปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดด้วยข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์

CryptoAppsy กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเทรดเดอร์คริปโตเคอร์เรนซี โดยให้บริการติดตามราคาแบบเรียลไทม์สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลหลายพันรายการ รวมถึง Bitcoin และ altcoins แอปนี้รวบรวมข้อมูลจากตลาดแลกเปลี่ยนทั่วโลก อัปเดตทุก 5 วินาที เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาส arbitrage และการเคลื่อนไหวของราคาที่มีความผันผวนสูง

แพลตฟอร์มนี้รองรับภาษาไทย อังกฤษ และสเปน และใช้งานได้ทั้งบน iOS และ Android โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกบังคับ พร้อมให้บริการจัดการพอร์ตโฟลิโอ ฟีดข่าวที่ปรับแต่งได้ และตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาค ฟีเจอร์ Panel ของแพลตฟอร์มรวบรวมการตั้งค่าของผู้ใช้ การแจ้งเตือน และข้อมูลเชิงลึกของตลาดไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว

ตลาดคริปโตเผชิญภาวะตกต่ำ ขณะที่เหรียญทางเลือกส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

บิทคอยน์ยังคงมีความผันผวนสูง ซื้อขายอยู่ในช่วง 87,000 ถึง 88,000 ดอลลาร์ ขณะที่เหรียญทางเลือก (Altcoins) เผชิญภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง เกือบ 97% ของเหรียญ Altcoins บน Binance กำลังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ทางประวัติศาสตร์ของภาวะขายมากเกินไป ดัชนี TOTAL2 ที่ติดตามมูลค่าตลาดรวมของเหรียญ Altcoins (ไม่รวมบิทคอยน์และสเตเบิลคอยน์) ร่วงลง 36% นับตั้งแต่เดือนตุลาคม

นักวิเคราะห์ Darkfost ชี้ให้เห็นถึงภาวะขาดสภาพคล่องที่รุนแรงขึ้นจากเหตุการณ์ตลาดตกต่ำเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม โดยระบุว่า "นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญกับการรักษาทุนมากกว่าการเดิมพันความเสี่ยงสูง" แม้จะมีแนวโน้มความรู้สึกในตลาดที่มืดมน แต่ช่วงเวลาดังกล่าวมักนำหน้าสู่โอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองการณ์ไกล อย่างไรก็ตาม การตกต่ำที่ยืดเยื้ออาจทำให้การฟื้นตัวล่าช้าออกไป

ไมเคิล เซย์เลอร์ กระตุ้นตลาดด้วยทวีตปริศนา 'จุดสีส้ม' ชี้สัญญาณสะสม Bitcoin เพิ่ม

ไมเคิล เซย์เลอร์ CEO ของ MicroStrategy ปล่อยทวีตปริศนาบน X ระบุว่า "จุดสีเขียวให้กำเนิดจุดสีส้ม" ซึ่งชุมชนคริปโตตีความว่าเป็นสัญญาณการสะสม Bitcoin ในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ทวีตดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบการซื้อสะสมของบริษัท ที่ใช้ "จุดสีส้ม" บนตัวติดตาม Bitcoin ขององค์กรเพื่อระบุการซื้อที่เสร็จสมบูรณ์

การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของเซย์เลอร์ได้กลายเป็นเครื่องมือเคลื่อนตลาด โดยนักลงทุนมักตีความทวีตของเขาเพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของ MicroStrategy ปัจจุบันบริษัทถือ Bitcoin จำนวน 214,400 BTC (มูลค่า 15.3 พันล้านดอลลาร์) ยังคงเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทต่างๆ

ทวีตนี้เกิดขึ้นหลัง Bitcoin พุ่งขึ้น 12% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเทรดเดอร์คาดการณ์โอกาสการปรับตัวขึ้นจากความต้องการของสถาบันที่กลับมาฟื้นตัว MicroStrategy ซื้อสะสมล่าสุดในไตรมาส 3 ปี 2025 เพิ่ม Bitcoin จำนวน 12,000 BTC เข้าคลังทรัพย์สินของบริษัท

กองทุน Bitcoin ETF ของ BlackRock ท้าทายแนวโน้มตลาด ด้วยเงินไหลเข้า 25,000 ล้านดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนติดลบ

กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ได้ปรากฏเป็นปรากฏการณ์ที่ขัดแย้งในภูมิทัศน์ ETF ปี 2025 โดยดึงดูดเงินไหลเข้าจำนวน 25,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ให้ผลตอบแทน -9.6% กองทุนนี้ติดอันดับ 6 ในบรรดา ETF ทั้งหมดในสหรัฐฯ ในด้านการดึงดูดทุน ทำได้ดีกว่าแม้แต่กองทุน GLD ที่มีทองคำเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันซึ่งมีกำไร 60% ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในข้อเสนอคุณค่าของ Bitcoin ในระยะยาว

กระแสเงินทุนดังกล่าวบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำแสดงความแข็งแกร่งด้านราคา ความสามารถของ IBIT ในการดึงดูดการลงทุนจำนวนมากในช่วงที่ตลาดตกต่ำเผยให้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Bitcoin ในฐานะการจัดสรรพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ เดือนพฤศจิกายน 2025 มีเงินไหลออก 2,340 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขรายปียังคงเป็นบวกอย่างท่วมท้น

นักวิเคราะห์ตลาดตีความกระแสเงินเหล่านี้ว่าเป็นพฤติกรรมการ 'ซื้อตอนตก' (dip-buying) ของสถาบันในระดับใหญ่ ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับแนวคิดที่ว่านักลงทุน Bitcoin เป็นผู้เข้าร่วมตลาดเฉพาะช่วงที่ดี แต่กลับแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตลอดวัฏจักรของตลาด การรับรองจากสถาบันนี้เกิดขึ้นแม้จะมีความผันผวนของตลาดคริปโตโดยรวมและความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ

Bitcoin พุ่งทะลุ 88,000 ดอลลาร์ ขณะที่ญี่ปุ่นยุติยุคอัตราดอกเบี้ยติดลบ

Bitcoin ท้าทายตรรกะตลาดแบบเดิมด้วยการพุ่งขึ้น 2.5% ไปที่ระดับ 88,000 ดอลลาร์ ตามหลังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นประวัติการณ์ของธนาคารญี่ปุ่น (BoJ) ไปที่ 0.75% การเคลื่อนไหวครั้งนี้สิ้นสุดระบอบอัตราดอกเบี้ยติดลบสุดท้ายของโลก แต่ตลาดคริปโตกลับตีความว่ามันคือการปรับเปลี่ยนนโยบายไปในทิศทางผ่อนคลาย (dovish pivot) — ญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับขึ้นเพิ่มเติมมากนัก แม้จะมีข้อกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

การคาดการณ์ Bitcoin 1 ล้านดอลลาร์อันกล้าหาญของ Arthur Hayes ได้รับแรงหนุนท่ามกลางการพุ่งตัวครั้งนี้ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า 81,000 ดอลลาร์เป็นแนวรับที่สำคัญ การพุ่งขึ้นนี้เกิดขึ้นพร้อมกับกำไรในฟิวเจอร์ส Nasdaq ชี้ให้เห็นว่าตอนนี้คริปโตเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets) ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน

กองทุน IBIT ของ BlackRock ทะลุยรับเงินไหลเข้า 25,000 ล้านดอลลาร์ แม้ราคาบิตคอยน์ร่วง 9.6% สะท้อนความต้องการจากสถาบันที่เติบโตต่อเนื่อง

กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ดึงดูดเงินไหลเข้าจาก ETF จำนวน 25,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 แม้ว่าราคาบิตคอยน์จะปรับตัวลดลง 9.6% ต่อปี โดยทำผลงานแซงหน้าแม้แต่กองทุน SPDR Gold ETF (GLD) ที่ทำกำไรได้ 65% ปัจจุบันกองทุนนี้ซึ่งเป็น ETF ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการยอมรับสินทรัพย์คริปโตจากสถาบันการเงิน

ในขณะที่กองทุน S&P 500 ETF (VOO) ของ Vanguard นำการไหลเข้าด้วยมูลค่า 145,000 ล้านดอลลาร์ ผลตอบแทนติดลบของ IBIT กลับสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ใน 25 อันดับแรก 'ความแตกต่างนี้เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง' เอริค บาลชูนาส จาก Bloomberg ระบุ 'นักลงทุนกำลังเดิมพันกับการก้าวเข้าสู่ระบบสถาบันในระยะยาวของบิตคอยน์ แทนที่จะสนใจการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น'

การเปิดตัวกองทุนในเดือนมกราคม 2024 สะท้อนการยอมรับการเปิดรับสัมผัสตรง (spot exposure) ต่อบิตคอยน์จากวอลล์สตรีท โดยเงินไหลเข้าปี 2025 แซงหน้าสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม เงินไหลเข้าสู่ทองคำผ่าน GLD จำนวน 20,800 ล้านดอลลาร์ ยังเป็นการย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังปรับเปลี่ยนการจัดสรรพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนอย่างไร

MicroStrategy ซื้อ Bitcoin มูลค่า 980 ล้านดอลลาร์ สัญญาณตลาดคริปโตเติบโตเต็มที่

ไมเคิล เซย์เลอร์ ประธานบริหาร MicroStrategy ประกาศซื้อ Bitcoin มูลค่า 980 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 8-14 ธันวาคม 2025 ทำให้บริษัทถือ Bitcoin สะสมทั้งสิ้น 671,268 BTC มูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยราคาเฉลี่ย 74,972 ดอลลาร์ต่อ BTC การซื้อขายครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาด ซึ่งเซย์เลอร์ตีความว่าเป็นหลักฐานว่า Bitcoin พัฒนาเป็นเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มั่นคงแล้ว

ประธานบริหารยอมรับอย่างเปิดเผยว่าความสงสัยต่อ Bitcoin ในปี 2013 เป็น "ความผิดพลาดครั้งใหญ่" พร้อมคาดการณ์ผลตอบแทนรายปี 30% ในอีก 2 ทศวรรษข้างหน้า การเข้าซื้อในระดับสถาบันนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมระดับสูงกับประเทศอ่าวอาหรับและสถาบันการเงินวอลล์สตรีท ซึ่งบ่งชี้ถึงการบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตลาดทุน

วาฬยุคซาโตชิกลับมาพร้อมการซื้อ Bitcoin มูลค่า 221 ล้านดอลลาร์

วาฬ Bitcoin ที่เงียบหายไปตั้งแต่ยุคซาโตชิได้กลับมาอีกครั้งด้วยการซื้อ Bitcoin จำนวน 2,509 BTC มูลค่าประมาณ 221 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเข้าซื้อครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 การทำธุรกรรมครั้งนี้สร้างคลื่นกระเพื่อมในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเทรดเดอร์ต่างคาดการณ์เกี่ยวกับจังหวะการเข้าตลาดของวาฬรายนี้ เนื่องจากมีประวัติการเข้าซื้อก่อนช่วงที่มีความผันผวนสูง

การซื้อครั้งนี้ถือเป็นการเข้าซื้อโดยผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งนับตั้งแต่ตลาดหมีของ Bitcoin ในปี 2022 นักวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่าการกลับเข้ามาของวาฬรายนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความสนใจจากสถาบันการเงินที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าตัวตนของผู้ซื้อจะยังคงเป็นที่ลึกลับก็ตาม ผู้ติดตามบล็อกเชนยืนยันว่าการทำธุรกรรมนี้ถูกดำเนินการผ่านหลายๆ แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Bitcoin ชี้สัญญาณการเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะตลาดหมี

โครงสร้างราคาของ Bitcoin แสดงให้เห็นความเปราะบางที่น่าวิตก เนื่องจากระดับแนวรับสำคัญกำลังพังทลายลง โซนราคา $86,000-$88,000 กำลังทำหน้าที่เป็นจุดทดสอบสำคัญ—หากราคาทะลุลงไป จะเปิดทางสู่ระดับ $80,000 โดยบางกราฟชี้ให้เห็นถึงการปรับฐานที่อาจลึกกว่าที่คาด

ตัวบ่งชี้โมเมนตัมวาดภาพที่น่ากังวล การร่วงลงอย่างเด็ดขาดของ RSI ต่ำกว่า 50 ร่วมกับปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในช่วงราคาพุ่งขึ้น สะท้อนถึงสัญญาณเตือนก่อนหน้าทางประวัติศาสตร์ที่นำไปสู่การตกต่ำต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่แค่การปรับฐานระยะสั้น—นี่เป็นการละเมิดแนวโน้มสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มวงจรตลาดกระทิง

นักวิเคราะห์ตลาดด้านเทคนิคชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงที่น่าวิตกกับการเปลี่ยนผ่านในอดีต 'เมื่อการพุ่งขึ้นแบบพาราโบลาถูกทำลายในลักษณะนี้ มันแทบไม่เคยเป็นเพียงการแกว่งตัวชั่วคราว' นักเทรดอาวุโสคนหนึ่งให้ความเห็น แนวต้านที่ต่อเนื่องของช่องทางลงย้ำเตือนว่าตอนนี้ฝ่ายหมีกำลังเป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาด

บิตคอยน์ฟื้นกลับเหนือ 88,600 ดอลลาร์ หลังแรงซื้อกลับมาเร่ง

ราคาบิตคอยน์กลับมาอยู่เหนือระดับ 88,600 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังปรับฐานลงไปที่ 86,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนความสนใจของนักลงทุนที่กลับมาอีกครั้ง สกุลเงินดิจิทัลนี้ปรับตัวขึ้น 0.35% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ซื้อกลับเข้ามาในตลาด

กราฟทางเทคนิคแสดงให้เห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุดภายในวันระหว่างช่วง 87,800 ถึง 88,800 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้มาจากแรงกดดันด้านซื้อที่สะสมขึ้นหลังการปรับฐานในช่วงที่ผ่านมา

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.