เกาหลีใต้ปลดล็อกบริษัทจดทะเบียน 3,500 แห่งให้ซื้อ BTC ได้แล้ว แล้วไทยล่ะ?
- เกาหลีใต้เปิดทางให้บริษัทจดทะเบียนลงทุนใน BTC และ ETH
- บริษัทยักษ์ใหญ่เกาหลีเตรียมลงทุนใน BTC และ ETH
- ไทยล่ะ? เมื่อไหร่จะตามทันเกาหลีใต้
- โอกาสและความท้าทายสำหรับนักลงทุนไทย
- สรุป: อนาคตของสกุลเงินดิจิทัลในเอเชีย
เกาหลีใต้ได้ประกาศปลดล็อกให้บริษัทจดทะเบียนกว่า 3,500 แห่งสามารถซื้อ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ได้อย่างถูกกฎหมาย โดยมีเงื่อนไขว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลต้องไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของบริษัท ขณะที่ประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เกาหลีใต้เปิดทางให้บริษัทจดทะเบียนลงทุนใน BTC และ ETH
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (FSC) ได้ประกาศยกเลิกข้อห้ามที่เคยมีต่อบริษัทจดทะเบียนกว่า 3,500 แห่งในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) โดยกำหนดให้การลงทุนดังกล่าวต้องไม่เกิน 5% ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของบริษัท
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลในระดับสถาบันของเกาหลีใต้ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มพิจารณาเพิ่มสกุลเงินดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน
บริษัทยักษ์ใหญ่เกาหลีเตรียมลงทุนใน BTC และ ETH
บริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้หลายแห่งแสดงความสนใจที่จะลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหลังการประกาศของ FSC โดยเฉพาะ Samsung, Hyundai และ LG ที่มีแผนจะจัดสรรเงินประมาณ 1-2% ของพอร์ตการลงทุนสำหรับ BTC และ ETH
Samsung Electronics ซึ่งถือครอง BTC มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.2 พันล้านบาท) อยู่แล้ว คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเป็น 5% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด
ไทยล่ะ? เมื่อไหร่จะตามทันเกาหลีใต้
ขณะที่ประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล โดยปัจจุบันมีเพียงกฎระเบียบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ควบคุมการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลสำหรับบุคคลทั่วไปเท่านั้น
นักวิเคราะห์จาก BTCC มองว่าไทยอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 ปี กว่าจะมีกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลของบริษัทจดทะเบียน คล้ายกับที่เกาหลีใต้เพิ่งประกาศไป
โอกาสและความท้าทายสำหรับนักลงทุนไทย
แม้ไทยจะยังไม่มีการอนุญาตให้บริษัทจดทะเบียนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการ แต่ตลาดคริปโตไทยก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Coinmarketcap ระบุว่าปริมาณการซื้อขายคริปโตในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปี 2568 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งในแง่ของกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจนและความผันผวนของราคาสกุลเงินดิจิทัล
สรุป: อนาคตของสกุลเงินดิจิทัลในเอเชีย
การตัดสินใจของเกาหลีใต้ในครั้งนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้ประเทศอื่นๆ ในเอเชีย รวมถึงไทย เร่งพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลสำหรับบริษัทจดทะเบียนมากขึ้น
ในมุมมองของ BTCC การยอมรับสกุลเงินดิจิทัลในระดับสถาบันเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไทยควรเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟแห่งการลงทุนในยุคดิจิทัล