รีพับลิกันเร่งเครื่อง! ดันโหวต “กฎหมายคริปโต” 15 ม.ค. 2026 วัดใจเดโมแครตปม “แบนทรัมป์หากินเหรียญ”
- รีพับลิกันเดินเกมรุก ดันกฎหมายคริปโตก่อนเลือกตั้ง
- เดโมแครตตอบโต้ ตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อน
- ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาด
- คำถามที่พบบ่อย
การเมืองสหรัฐฯร้อนระอุอีกครั้งเมื่อพรรครีพับลิกันผลักดันการลงมติกฎหมายควบคุมคริปโตเคอร์เรนซีในวันที่ 15 มกราคม 2026 โดยมีประเด็นร้อนว่าด้วยการห้ามอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหรียญคริปโต ซึ่งอาจสร้างความแตกแยกในสภา
รีพับลิกันเดินเกมรุก ดันกฎหมายคริปโตก่อนเลือกตั้ง
วุฒิสมาชิก Tim Scott จากพรรครีพับลิกันเป็นกำลังหลักในการผลักดันร่างกฎหมาย Financial Innovation and Technology for the 21st Century Act ที่จะมีการพิจารณาในวันที่ 15 มกราคม 2026 โดยร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาครอบคลุมการควบคุมทั้งตลาดคริปโตและสเตเบิลคอยน์
แหล่งข่าวจาก CoinDesk ระบุว่าการลงมติครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น "การวัดใจ" ของพรรคเดโมแครตในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีข่าวลือว่าอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจเหรียญคริปโต
เดโมแครตตอบโต้ ตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อน
วุฒิสมาชิก Ruben Gallego จากพรรคเดโมแครตออกมาแสดงความกังวลว่า "ร่างกฎหมายนี้อาจเปิดช่องให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะกับกลุ่มนักการเมืองบางคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโต"
ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันยืนยันว่าร่างกฎหมายนี้จะสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรมคริปโตที่กำลังเติบโต โดยมีข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่าตลาดคริปโตมีมูลค่ารวมเกิน 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาด
ทีมวิเคราะห์ BTCC มองว่าการลงมติครั้งนี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะในส่วนของสเตเบิลคอยน์และ DeFi ที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด
จากข้อมูล TradingView แสดงให้เห็นว่าความผันผวนของราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้น 7% ในช่วงสัปดาห์ก่อนการลงมติ สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุน
คำถามที่พบบ่อย
ร่างกฎหมายคริปโตมีเนื้อหาอะไรบ้าง?
ร่างกฎหมายนี้ครอบคลุมการควบคุมทั้งตลาดคริปโต สเตเบิลคอยน์ และ DeFi โดยมุ่งสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรม
ทำไมการลงมติครั้งนี้จึงสำคัญ?
เพราะจะกำหนดทิศทางนโยบายคริปโตของสหรัฐฯในระยะยาว และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
เดโมแครตมีจุดยืนอย่างไร?
พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวัง โดยเฉพาะในประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง