BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
Layer-2 คืออะไร? วิธีเลือกเชนที่ดีที่สุดใน 2025 จาก Arbitrum, Base, Optimism - คู่มือฉบับโปรสำหรับนักลงทุนคริปโต

Layer-2 คืออะไร? วิธีเลือกเชนที่ดีที่สุดใน 2025 จาก Arbitrum, Base, Optimism - คู่มือฉบับโปรสำหรับนักลงทุนคริปโต

Published:
2025-09-08 00:22:30

Layer-2 กำลังปฏิวัติโลกบล็อกเชน—ลดค่าธรรมเนียม เพิ่มความเร็ว และขยายขนาดได้ไม่จำกัด

Arbitrum: ยักษ์ใหญ่แห่งนิเวศวิทยาระบบ

ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Optimistic Rollup ที่พิสูจน์แล้ว—ความเร็ว 40,000 TPS และค่าธรรมเนียมต่ำกว่า Ethereum ถึง 90%

Base: ยอดนิยมจาก Coinbase

ใช้ OP Stack ที่อัปเกรดได้ง่าย—ดึงดูด dApps ใหม่กว่า 500 รายการในไตรมาสเดียว การเข้าถึงผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนผ่าน Coinbase

Optimism: Superchain แห่งอนาคต

โมเดล modular ที่เชื่อมต่อหลายเชน into one ecosystem—ลดความแออัดและเพิ่ม interoperability อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

2025 คือปีแห่งการแข่งขัน—เลือกเชนที่ตรงกับกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ติดเทรนด์

(เพราะในวงการคริปโต การเลือกผิดเชนก็เหมือนเลือกผิดหุ้น—เสียทั้งเงินและโอกาส)

สิ่งที่หลายคนสนใจคือ “ตัวเลขจริง” ณ ตอนนี้ L2 ใหญ่ ๆ กำลังโตแค่ไหน? ถ้าดูมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อก/ค้ำประกันบนเครือข่าย (TVS/TVL) จะเห็นว่า Arbitrum One มีทรัพย์สินที่ถูกล็อคบนเครือข่ายกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และจัดอยู่ใน Stage 1  สื่อถึงความสุกงอมของสถาปัตยกรรมและการกำกับดูแลในระดับหนึ่ง



ขณะที่ Base ซึ่งสร้างบน OP Stack ของ Optimism กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้ (TVS) สูงถึงประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์  และอยู่ใน Stage 1 เช่นกัน



ด้าน OP Mainnet (Optimism) เองมี TVS ประมาณ 3.62 พันล้านดอลลาร์ และอยู่ใน Stage 1

นอกเหนือจากตัวเลขมูลค่าสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้ (TVS/TVL) แล้ว การวัดความสำเร็จของเครือข่ายบล็อกเชนยังสามารถดูได้จากปริมาณการใช้งานจริง เช่น จำนวนธุรกรรมในแต่ละวัน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความต้องการจากผู้ใช้งานและแอปพลิเคชันแบบ Mass-market ได้เป็นอย่างดี

Base ได้สร้างสถิติที่น่าประทับใจด้วยจำนวนธุรกรรมรายวันสูงสุดถึง 14,033,902 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความต้องการใช้งานที่สูงมาก



นอกจากนี้ รายได้ของเครือข่ายก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลการวิเคราะห์จาก Galaxy Research ชี้ว่าในช่วง 180 วันที่ผ่านมา Base มีรายได้เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 185,000 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า Arbitrum ที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 55,000 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ

สาเหตุหลักของรายได้ที่สูงนี้มาจากค่าธรรมเนียมพิเศษ (priority fees) ที่ผู้ใช้ยอมจ่ายเพื่อให้ธุรกรรมของตนได้รับการประมวลผลเร็วขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่สูงและการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างแอปพลิเคชันบนเครือข่าย



คำถามยอดฮิตถัดไปคือ “ค่าธรรมเนียมถูกจริงไหม?” หลังอัปเกรด Dencun  คำตอบคือจริงครับ และถูกลงอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากการอัปเกรด Dencun ซึ่งช่วยลดต้นทุนการโพสต์ข้อมูล (blob) ค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายเลเยอร์ 2 (L2) ส่วนใหญ่จึงลดลงมาอยู่ในระดับ “หลักเซนต์จนถึงไม่กี่สิบเซนต์” ต่อธุรกรรมเท่านั้น

คุณสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมล่าสุดได้แบบเรียลไทม์ที่เว็บไซต์ l2fees.info หรือบนแดชบอร์ดเปรียบเทียบของ The Block

แล้ว L2 ทั้งสามต่างกันยังไงในมุม “มือใหม่เลือกเชนไหนดี”

เมื่อพิจารณาเครือข่าย L2 ที่ได้รับความนิยม จะเห็นว่าแต่ละเครือข่ายมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

Arbitrum 

  • จุดเด่น: มีสภาพคล่องในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ ( DeFi) ที่ลึกที่สุด รวมถึงมีโปรโตคอลสำหรับการเทรดอนุพันธ์และผลตอบแทนให้เลือกมากมาย
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูง และผู้ที่ต้องการใช้งานร่วมกับโปรโตคอลชั้นนำจำนวนมาก
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ตัวเลข TVS (Total Value Secured) หรือมูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกอยู่ในระบบที่สูงที่สุด

Optimism (OP Mainnet) 

  • จุดเด่น: เป็นเชนต้นแบบของ OP Stack และกำลังเร่งพัฒนาโครงการ “Superchain” ซึ่งมีเป้าหมายให้เชนในตระกูล OP สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
  • เหมาะกับใคร: นักพัฒนาที่ต้องการการสนับสนุนจากระบบนิเวศ หรือผู้ที่ต้องการเกาะกระแสของ Superchain
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: การอัปเกรดครั้งใหญ่ Upgrade #16 ในช่วงกลางปี 2025 จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดัน Superchain

Base 

  • จุดเด่น: โดดเด่นด้านการใช้งานจริงและแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เช่น เกม โซเชียล และแอปสำหรับครีเอเตอร์
  • เหมาะกับใคร: ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการค่าธรรมเนียมต่ำ และนักพัฒนาที่ต้องการเข้าถึงฐานผู้ใช้จำนวนมาก
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ตัวเลขธุรกรรมและรายได้ที่หนาแน่นแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่สูงในเครือข่ายนี้

ภาพใหญ่ของ L2 วันนี้ไม่ได้หยุดแค่ “เชนเดียว” อีกต่อไป  แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็น เครือข่ายของเชน ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นโดยใช้มาตรฐานเดียวกัน เช่น OP Stack แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ใกล้เคียงกับการใช้งานเว็บแอปพลิเคชันทั่วไปมากขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่แข็งแกร่งของ Ethereum

เริ่มต้นใช้งาน L2 ภายใน 10 นาที (สำหรับมือใหม่)

หากคุณเป็นมือใหม่และอยากทดลองใช้เครือข่าย L2 ด้วยตัวเอง นี่คือแนวทางง่าย ๆ ที่ทำตามได้ภายในเวลาไม่นาน:

  • เปิดใช้งานวอลเล็ต: ใช้ MetaMask หรือ OKX Wallet แล้วเพิ่มเครือข่ายที่คุณต้องการ เช่น Arbitrum, Optimism, หรือ Base ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปุ่มให้เพิ่มเครือข่ายโดยอัตโนมัติจากหน้าเว็บไซต์ของแต่ละเชน
  • โอนเหรียญเข้า L2: โอนเหรียญของคุณเข้าสู่เครือข่าย L2 โดยใช้สะพาน (Bridge) อย่างเป็นทางการ หรือเลือกใช้ CEX (กระดานเทรดแบบรวมศูนย์) ในประเทศไทยที่รองรับการถอนเหรียญไปยังเครือข่ายนั้นโดยตรง
  • ทดลองทำธุรกรรมเล็ก ๆ: ลองทำธุรกรรมสวอป (Swap) เหรียญเล็ก ๆ บน DEX เพื่อทดสอบค่าธรรมเนียมและความเร็ว หากพอใจแล้วค่อยเพิ่มขนาดการลงทุน
  • ติดตามค่าธรรมเนียม: เข้าไปที่ l2fees.info เพื่อตรวจสอบค่าธรรมเนียมแบบเรียลไทม์ และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำธุรกรรม
  • สรุปภาพรวม L2: ทำไมจึงเป็นอนาคตของ Ethereum?

    L2 คือคำตอบทางวิศวกรรมที่ทำให้ Ethereum ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยสามารถแก้ไขปัญหาค่าธรรมเนียมสูงและความล่าช้าของเครือข่ายหลักได้ ในขณะที่ยังคงความปลอดภัยของ L1 ไว้ได้อย่างครบถ้วน

    ปัจจุบัน L2 ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนและผู้ใช้งานอย่างจริงจัง ดังจะเห็นได้จากมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกอยู่ในระบบ (TVS) ที่สูงมาก เช่น Arbitrum (~$1.9 หมื่นล้าน ), Base (~$1.4 หมื่นล้าน), และ Optimism (~$3.6 พันล้าน)

    ในการเลือกใช้ L2 แต่ละเชน คุณควรพิจารณาสามปัจจัยหลัก ได้แก่:

  • ค่าธรรมเนียมและความเร็ว: เครือข่ายไหนมีค่าใช้จ่ายถูกและประมวลผลได้รวดเร็วกว่า
  • สภาพคล่องและแอปพลิเคชันที่ต้องการใช้: เครือข่ายใดมีสภาพคล่องสูงและมีแอปพลิเคชันที่คุณสนใจ
  • มาตรฐานและทิศทางของระบบนิเวศ: พิจารณาว่าเครือข่ายนั้นมีทิศทางการพัฒนาไปในทางใด เช่น Superchain ของ Optimism เป็นต้น
  • |Square

    ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

    สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน