จีนสั่งแบนคริปโทฯ แบบเต็มรูปแบบ—ห้ามถือครองส่วนบุคคล กระตุ้นความกังวลนักลงทุนทั่วโลก
การตัดสินใจของจีนส่งผลสะเทือนตลาดคริปโทฯ ทั่วโลก—นักลงทุนวิเคราะห์ผลกระทบระยะยาวต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
มาตรการเข้มงวดนี้ฉุดราคา BTC และ ETH ตกต่ำลงชั่วคราว ก่อนที่ตลาดจะปรับตัว—เพราะไหนๆ นักเก็งกำไรก็มองว่าเป็น ’โอกาสซื้อในขาลง’ อยู่แล้ว
เหล่าธนาคารกลางต่างชาติเริ่มจับตา—บางประเทศอาจใช้โมเดลจีนเป็นข้ออ้างควบคุมตลาดดิจิทัลแบบ overreach อีกครั้ง
ถึงแม้รัฐบาลจีนจะเข้มงวดมากขึ้น แต่ในหมู่ชุมชนคริปโทกลับมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหยุดยั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ได้ พวกเขามองว่ามาตรการแบบนี้ยิ่งผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจไปยังประเทศอื่นในเอเชียที่มีนโยบายเปิดกว้างมากกว่า เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือฮ่องกง
ในอดีต จีนเคยแสดงจุดยืนต่อต้านคริปโทอย่างชัดเจนมาแล้วหลายครั้ง เช่นในปี 2017 ที่มีการแบน ICO และการซื้อขายเหรียญดิจิทัล ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงถึง 40% ในชั่วข้ามคืน แต่ไม่กี่เดือนต่อมาก็สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง และในปี 2021 การแบนการขุด Bitcoin ก็ทำให้ราคาและอัตรา Hashrate ร่วงแรง แต่ตลาดก็ฟื้นตัวและไปถึงจุดสูงสุดประวัติการณ์ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน
ที่มา : coinpaper