อัพบิตไทยเผยความจริง! กรณีอัพบิตเกาหลีกับข้อกล่าวหาฟอกเงิน – ยืนยันความโปร่งใสทุกขั้นตอน
อัพบิตไทยออกโรงแจงข้อเท็จจริงกรณีอัพบิตเกาหลีหลังโดนข้อกล่าวหาระดับชาติเรื่องฟอกเงิน
ยืนยันมาตรฐานการทำงานแบบ 'กระดาษใส' – แต่ใครจะไปตรวจสอบบล็อกเชนจริงๆล่ะ?
ด้าน FSA เกาหลีใต้ยังไม่ให้ความเห็นเพิ่มเติม แค่ยิ้มแห้งๆเหมือนนักการเงินที่เห็นพอร์ตแดง
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2025 เมื่อระบบตรวจสอบภายในของ อัพบิต เกาหลี ตรวจพบบัญชีลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงิน ที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Huione จากประเทศกัมพูชา จำนวน 259 บัญชี จึงดำเนินการระงับธุรกรรม ตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence) และรายงานธุรกรรมต้องสงสัยต่อหน่วยงานรัฐทันที ผลจากการตรวจสอบนำไปสู่การเพิกถอนการเป็นผู้ใช้งาน 205 ราย ที่ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินได้อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ ธุรกรรมของลูกค้าที่ต้องสงสัยดังกล่าวอยู่ในวงเงินที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของกฎหมาย Travel Rule ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการตามกฎหมาย Travel Rule
นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนที่สำนักงานเฝ้าระวังอาชญากรรมทางการเงินของสหรัฐฯ (FinCEN) จะประกาศระบุให้กลุ่ม Huione จากกัมพูชาเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ถึงสองเดือน ซึ่งสะท้อนถึงการทำงานเชิงรุก และความโปร่งใสในการรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้
ต่อมาในเดือนตุลาคม 2025 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบข้อมูลลูกค้าตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ไม่ได้เป็นการกล่าวโทษหรือบ่งชี้ถึงการกระทำผิดใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจากผลการตรวจสอบพบว่า มีธุรกรรมรวม 8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 5 แห่งทั่วเกาหลี ซึ่งในจำนวนนี้ อัพบิต เกาหลีมีส่วนเกี่ยวข้องเพียง 3% หรือราว 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น
นายปรีชา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่อัพบิต ประเทศไทย ยังคงดำเนินมาตรการด้านการกำกับดูแลและป้องกันความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน โดยจากการตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยกว่า 200,000 บัญชีที่ได้รับจากหน่วยงานตำรวจ พบว่า มีลูกค้าที่ตรงกับรายชื่อไม่ถึง 30 บัญชี และบัญชีเกือบทั้งหมดได้ถูกระงับการใช้งานไปก่อนที่รายชื่อจะถูกส่งมาจากหน่วยงานภาครัฐ
ทั้งนี้ กฎหมายไทยยังไม่มีการบังคับใช้ Travel Rule อย่างเป็นทางการ แต่อัพบิต ประเทศไทยเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในประเทศที่นำระบบดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อป้องกันการฟอกเงินและธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
“เราเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อัพบิตจะเดินหน้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อสร้างระบบที่ปลอดภัยแ ละน่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุนทุกคน” นายปรีชากล่าว
ทั้งนี้ อัพบิต ประเทศไทยยังเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองเป็น “วิสาหกิจสีเขียว NET ZERO” เมื่อเดือนมีนาคม 2024 ตอกย้ำพันธกิจของบริษัทในการสร้างมาตรฐานการดำเนินงานที่โปร่งใส ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป