BTCC / BTCC Square / prachachatTH /
หุ้นไทยกระโดด 37 จุดทะลุ 1,100 จุด หลังอิสราเอล-อิหร่านสงบศึก

หุ้นไทยกระโดด 37 จุดทะลุ 1,100 จุด หลังอิสราเอล-อิหร่านสงบศึก

Published:
2025-06-24 19:23:45

ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงทำสถิติใหม่ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย

ดัชนีกระโดด 37 จุดทะลุ 1,100 จุดเป็นครั้งแรกในรอบปี หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศหยุดยิง

นักลงทุนโล่งใจเทขายทองคำ-ซื้อหุ้น แต่นักวิเคราะห์เตือนอย่าไว้ใจนักการเมือง - พรุ่งนี้อาจเปลี่ยนใจอีกแล้ว

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น

GULF (+7.05%), BGRIM (+11.23%), GPSC (+9.09%) Outperform เมื่อเทียบกับกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP เนื่องจาก BGRIM, GPSC, และ GULF เป็นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีรายได้หลักจากโรงไฟฟ้าประเภท SPP จึงได้ประโยชน์โดยตรงจากการลดลงของราคาพลังงานทั้งราคาน้ำมันและ LNG Gas โดย BGRIM ได้ประโยชน์มากสุดตามด้วย GPSC และ GULF ตามลำดับ

PTTGC (+7.57%), SCC (+6.75%), IRPC (+4.23%) ราคาหุ้นพุ่งสวนรายงานตัวเลข HDPE-Spread ที่ออกมาแย่ (-15%w-w) เนื่องจากตลาดประเมินว่าราคาน้ำมันที่ลดลงหลังอิสราเอลกับอิหร่านยุติสงครามจะหนุนให้ HDPE-Spread กลับมาพุ่งขึ้นได้ในอนาคต

AAV (+12.5%), BA (+7.27%), AOT (+5.17%), CENTEL (+7.31%), ERW (+8.74%) สงครามยุติเป็นบวกกับหุ้นท่องเที่ยว, น้ำมันลดเป็นบวกกับสายการบิน ผสานจิตวิทยาบวกจากข่าวภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เป็นบวกกับผู้ประกอบการโรงแรมที่รายได้อิงในประเทศ อาทิ AWC (100%), ERW (88%), CENTEL (72%)

MTC (+7.97%), SAWAD (+10.74%), TIDLOR (+6.62%) ดักเก็งกำไรก่อน BoT Meeting พรุ่งนี้ แม้ Consensus คาด กนง.จะคงดอกเบี้ยที่ 1.75% แต่ยังมีลุ้นอิง Thai bond yield 1 ปี และ 5 ปี ปรับลงแตะระดับ 1.493% และ 1.46% ชี้นำทิศทางดอกเบี้ยลดลงอีก 1 ครั้งไปแล้ว

CPALL (+4.05%), CPAXT (+7.88%), GLOBAL (+7.87%), CRC (+6.75%) มี Technical rebound ฟื้นตามตลาด ผสานมีจิตวิทยาบวกภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, เร่งปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ และดักเก็งนโยบายรัฐในอนาคตคาดเน้นนโยบายลดค่าใช้จ่าย (เซฟเงินในมือ) หนุนประชาชนใช้จ่ายมากขึ้นเป็นบวกกับค้าปลีก

AMATA (+5.47%), WHA (+6.90%), ROJNA (+4.35%) ทีมไทยแลนด์เดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐต่อเนื่องก่อนเส้นตาย 8 ก.ค. 2025 หากไม่ทันเสนอขยายเวลาอีก 90 วัน นับเป็นจิตวิทยาบวกกับกลุ่มนิคมฯ

KTC (-15.25%), XPG (-16.67%), BEC (-15.48%), TPS (-14.39%) ปัจจัยลบเดิม คาดเกิดจากการบังคับขาย (force sell) จากสภาพตลาดที่ร่วงลงต่อเนื่อง หุ้นทั้ง 4 หลักทรัพย์มีอัตราการวางมาร์จิ้นค่อนข้างสูง โดย XPG มีหุ้นวางมาร์จิ้นคิดเป็น 20% ของหุ้นทั้งหมด ตามด้วย KTC และ BEC 16% และ 16% ตามลำดับ

อ่านข่าวต้นฉบับ: หุ้นไทยพุ่งแรง 37 จุด ยืนเหนือ 1,100 จุด รับข่าวอิสราเอล-อิหร่านหยุดยิง

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน