BTCC / BTCC Square / prachachatTH /
เงินบาทสั่นคลอน! 3 ปัจจัยเด่นที่นักลงทุนต้องจับตาในสัปดาห์หน้า – รวมถึงราคาทองคำโลก

เงินบาทสั่นคลอน! 3 ปัจจัยเด่นที่นักลงทุนต้องจับตาในสัปดาห์หน้า – รวมถึงราคาทองคำโลก

Published:
2025-06-08 02:03:16

เงินบาทยังคงแสดงสัญญาณอ่อนค่า สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดการเงินไทย

สัปดาห์หน้ามี 3 ปัจจัยหลักที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด: ความผันผวนของตลาดโลก, นโยบายการเงินของธนาคารกลาง, และที่ขาดไม่ได้คือราคาทองคำในตลาดโลกที่มักจะเคลื่อนไหวสวนทางกับค่าเงิน

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่อาจเป็นโอกาสทองสำหรับนักเก็งกำไร ในขณะที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมเริ่มสั่งสมทองคำเป็น 'ตัวป้องกันความเสี่ยง' – แม้ว่าความจริงแล้วมันอาจเป็นแค่การเดิมพันอีกแบบหนึ่งที่แต่งตัวให้ดูสวยงาม

ในวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.59 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 4-6 มิ.ย. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,377 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 185 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 183 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 2 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไปหรือระหว่างวันที่ 9-13 มิ.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.40-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า ข

ณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนพ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนมิ.ย. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/68 ของญี่ปุ่น และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค. ด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปิดลบตามแรงขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างชาติ หลังไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาหนุน

ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งเป็นวันทำการแรกหลังหยุดยาว โดยเผชิญแรงกดดันหลัก ๆ จากแรงขายหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับปรุงการคำนวณดัชนีของตลท. โดยจำกัดน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัวที่เป็นองค์ประกอบในดัชนี SET50, SET50FF, SET100 SET100FF มีน้ำหนักไม่เกิน 10% เพื่อลดอิทธิพลของหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ต่อดัชนี ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนก.ค. 2568 เป็นต้นไป นอกจากนี้แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์และพลังงานก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดีดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมา ก่อนจะปรับตัวลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายงานข่าวเกี่ยวกับการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนก็ตาม เนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ประกอบกับมีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นบิ๊กแคป โดยเฉพาะหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งและบริษัทด้านการกลั่นน้ำมันรายใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล

ในวันศุกร์ที่ 6 มิ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,136.43 จุด ลดลง 1.11% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 37,888.55 ล้านบาท ลดลง 8.35% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.67% มาปิดที่ระดับ 238.85 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (9-13 มิ.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,115 และ 1,100 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,145 และ 1,155 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. ของญี่ปุ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซน ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และตัวเลขการส่งออก

อ่านข่าวต้นฉบับ: เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 3 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำตลาดโลก

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน