ยูเครนดับฝัน! ธนาคารกลางปัดตกกฎหมาย ‘เก็บคริปโต’ ในทุนสำรอง อ้างเสี่ยงสูง-ขวางทางเข้า EU
- ทำไมธนาคารกลางยูเครนถึงปฏิเสธการเก็บคริปโตในทุนสำรอง?
- ปฏิกิริยาจาก IMF และตลาดการเงิน
- อนาคตของคริปโตในยูเครน
ธนาคารกลางยูเครน (NBU) ปฏิเสธการเสนอร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล (Virtual Assets) เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ระบุว่าว่ามีความเสี่ยงสูงและอาจขัดขวางกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
ทำไมธนาคารกลางยูเครนถึงปฏิเสธการเก็บคริปโตในทุนสำรอง?
Serhiy Nikolaychuk รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินระหว่างประเทศของ NBU ให้สัมภาษณ์กับ Interfax-Ukraine ว่า การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นทุนสำรองนั้นมีความเสี่ยงหลายประการ ทั้งในแง่ความผันผวนของราราคาและความท้าทายด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยูเครนกำลังอยู่ในกระบวนการเจรจาเข้าเป็นสมาสมาชิก EU
"ECB ได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการนำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้ในทุนสำรองของประเทศสมาสมาชิก" Nikolaychuk กล่าว "เราต้องคำนึงถึงปัจจัยนี้อย่างจริงจัง เพราะมันอาจส่งผลต่อกระบวนการเข้าเป็นสมาสมาชิก EU ของเรา"
ข้อมูลจาก CoinMarketCap ชี้ให้เห็นว่าว่าความผันผวนของ Bitcoin ซึ่งเป็นคริปโตเคอร์เรนซีหลัก มีความผันผวนสูงถึง 60-80% ในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการเป็นทุนสำรองที่ต้องมีความมั่นคง
ปฏิกิริยาจาก IMF และตลาดการเงิน
IMF ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนการตัดสินใจของ NBU โดยระบุว่า "การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวจากสงคราม" ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่าว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ยูเครนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังการประกาศนี้
นักวิเคราะห์จาก BTCC ให้ความเห็นว่า "การตัดสินใจของ NBU สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของธนาคารกลางต่อสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ว่าจะมีประเทศอื่นๆ เช่น เอลซัลวาดอร์ ที่นำ Bitcoin มาใช้เป็นสกุลเงินทางการแล้วก็ตาม"
อนาคตของคริปโตในยูเครน
แม้จะปฏิเสธการนำคริปโตมาเป็นทุนสำรอง แต่ NBU ยังคงศึกษาการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง Nikolaychuk กล่าวเสริมว่า "เรายังเปิดกว้างต่อเทคโนโลยีบล็อกเชนและนวัตกรรมการเงินดิจิทัล แต่ต้องทำอย่างมีระเบียบและความรับผิดชอบ"
ผู้สังเกตการณ์หลายคนมองว่าว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะชะลอการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตในยูเครน ในขณะที่บางส่วนเห็นว่าเป็นการปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว