ตัวเลข Mining Difficulty ของ Bitcoin ร่วงแรงสุดในรอบ 5 ปี หลังจีนสั่งแบน นักขุดเผชิญแรงกดดันรอบใหญ่
การปรับลดความยากในการขุด Bitcoin (Mining Difficulty) ครั้งล่าสุดทำสถิติร่วงหนักที่สุดในรอบ 5 ปี สะท้อนแรงกดดันมหาศาลที่นักขุดกำลังเผชิญหลังจีนออกมาตรการแบนการขุดคริปโตอย่างเป็นทางการ
Hashrate ลดฮวบ 20% ถึง 30%
ข้อมูลจาก Luxor Technology ชี้ให้เห็นว่า Hashrate ของเครือข่าย Bitcoin ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 20-30% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องกับการปรับลด Difficulty ครั้งใหญ่ที่ 11.16% ซึ่งถือเป็นการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์จีนแบนการขุดในปี 2021
นักวิเคราะห์จาก BTCC ระบุว่า "สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในตลาดและการย้ายฐานการขุดของบริษัทใหญ่ๆ หลังมาตรการควบคุมจากรัฐบาลจีน"
ผลกระทบต่อนักขุดรายใหญ่
บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ที่สุดอย่าง Foundry USA สูญเสีย Hashrate ไปกว่า 60% ขณะที่บริษัทอื่นๆ ใน Top 10 ก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยหน้า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าและต้นทุนการขุดกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจ
"ในประสบการณ์ของผม นี่เป็นช่วงเวลาท้าทายที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมการขุดตั้งแต่ปี 2021" นักวิเคราะห์อาวุโสจาก BTCC ให้ความเห็น
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Mining Difficulty ของ Bitcoin ถึงลดลง?
การลดลงของ Mining Difficulty เกิดจากการที่นักขุดจำนวนมากปิดเครื่องหรือย้ายฐานการผลิตหลังมาตรการแบนจากจีน ส่งผลให้ Hashrate โดยรวมของเครือข่ายลดลงอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบต่อราคา Bitcoin เป็นอย่างไร?
ในอดีต การปรับลด Difficulty ครั้งใหญ่มักสัมพันธ์กับช่วงราคาตกต่ำ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่สาเหตุและผลโดยตรง ขึ้นอยู่กับปัจจัยตลาดอื่นๆ ด้วย
นักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร?
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกระจายความเสี่ยงในการลงทุน (หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)