BTCC / BTCC Square / InfoquestTH /
รัฐบาลไทยเผยความคืบหน้าชายแดนกัมพูชา - เตรียมเจรจา JBC 14 มิ.ย. ยืนยันไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก

รัฐบาลไทยเผยความคืบหน้าชายแดนกัมพูชา - เตรียมเจรจา JBC 14 มิ.ย. ยืนยันไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก

Published:
2025-06-10 01:29:34

ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาดูเหมือนจะคลี่คลายลง แต่รัฐบาลไทยยังยืนกรานไม่ยอมให้ศาลโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนบางกระทรวงที่ไม่ยอมให้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปฏิรูประบบเก่า

การเจรจาครั้งต่อไปในคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยเขตแดน (JBC) จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ นักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นโอกาสทองสำหรับทั้งสองฝ่ายที่จะหาจุดร่วม - หรือไม่ก็อาจจบลงด้วยการผลักดันปัญหาไปอีกหลายปี เหมือนแผนปฏิรูประบบการเงินแบบเดิมๆ ที่ล้มเหลวมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี และครม. ว่า การแก้ไขปัญาชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยได้ในทุกขั้นตอนของการเจรจา แต่รัฐบาลได้ยึดประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชน และประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ผลการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ในการเจรจาขณะนี้ได้ดำเนินการให้พื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี กลับไปอยู่ในสภาพเดิมเหมือนเช่นเมื่อปี 67 โดยรัฐบาลกัมพูชา ได้ดำเนินการตามการเจรจาของรัฐบาลไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยได้กลบคืน “คูเลต” (แนวสนามเพลาะ) คืนสู่สภาพเดิม และปรับกำลังกลับไปอยู่ในที่ตั้งเดิม ตามข้อตกลง MOU 43

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมร่วมประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) ในวันที่ 14 มิ.ย. นี้

โดย พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ประเทศไทย ยืนยันไม่รับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก ส่วนการแก้ไขปัญหาชายแดน ได้เสนอให้ไม่มีการปิดด่านถาวร โดยเน้นหลักการเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยได้ลำดับความสำคัญ เช่น การจำกัดคนเข้า-ออก, จำกัดเวลาปิดตามสถานการณ์ความเหมาะสม เช่น การปิดบางจุด หรือปิดตลอดแนว โดยมีเป้าหมายสำคัญให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย

 

  • นายกฯ กำชับซ้ำให้ทุกกระทรวงจัดทำงบประมาณอย่างรอบคอบ

นายจิรายุ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังมีข้อสั่งการในการจัดทำโครงการต่าง ๆ และการพิจารณางบประมาณ ซึ่งขณะนี้มีการพิจารณางบประมาณที่สำคัญในหลายส่วน ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้มีมติรับหลักการวาระ 1 ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาทไปแล้ว เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 68 และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ

ในส่วนของงบกลางปี 2568 สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ รวมถึงงบกลางต่าง ๆ ที่แต่ละกระทรวงได้เสนอมา และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกกระทรวง พิจารณางบประมาณ และโครงการที่เสนอของบประมาณด้วยความละเอียดรอบคอบ ตลอดจนผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน จากสำนักงบประมาณ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติไว้ว่า “การกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้” ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ที่ผ่านการอนุมัติของ ครม. เป็นไปด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อกฎหมาย

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มิ.ย. 68)

Tags: JBC, กระทรวงกลาโหม, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ชายแดนไทย-กัมพูชา, ภูมิธรรม เวชยชัย, ศาลโลก

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน