ดุสิตโพลเผย ‘ตระกูลใหญ่’ ยังคงครองอำนาจการเมืองท้องถิ่น - แจกแต้มบุญคุณแบบหยั่งรากลึก ปิดช่องทางผู้ท้าชิงหน้าใหม่
แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยน แต่ระบบอุปถัมภ์แบบเก่ายังคงทำงานได้ดี—เหมือนโทเคนเก่าที่นักลงทุนยังยอมจ่ายพรีเมี่ยม แม้เทคโนโลยีจะล้าสมัยก็ตาม
ผลสำรวจชี้ให้เห็นการเมืองท้องถิ่นยังถูกควบคุมโดยกลุ่มอิทธิพลเดิม ที่ใช้เครือข่ายความสัมพันธ์และระบบอุปถัมภ์เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจ
กลยุทธ์‘แจกบุญคุณ’ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างพันธะผูกพันที่ยากจะตัดขาด—ไม่ต่างจากสัญญาอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาให้แก้ไขยาก
ในขณะที่โอกาสสำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ถูกจำกัด เหมือนตลาดคริปโตที่ถูกผูกขาดโดยโทเคนเก่าแก่ไม่กี่ตัว
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศเรื่อง “ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในสายตาประชาชน” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,104 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2568 พบว่า เรื่องที่อยากให้นายกเทศมนตรีคนใหม่ดำเนินการมากที่สุด คือปราบปรามอบายมุข ยาเสพติด ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ร้อยละ 57.25 โดยมองว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งน่าจะทำได้ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ร้อยละ 37.32
ทั้งนี้ ร้อยละ 78.80 เห็นด้วยว่า “บ้านใหญ่”ยังมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งในพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่ทำให้บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพล คือ การเข้าถึงประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น งานบุญ งานศพ งานประเพณี ร้อยละ 45.13
เมื่อถามว่าหากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองระดับชาติจะมีผลต่อการบริหารและพัฒนาพื้นที่หรือไม่ ร้อยละ 37.50 ตอบว่า ส่งผลกระทบอยู่บ้างแต่ยังพอบริหารจัดการภายในพื้นที่ได้
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่าจากผลโพลสะท้อนว่าประชาชนต้องการผู้นำท้องถิ่นที่สร้างความปลอดภัยและเป็นธรรม โดยเฉพาะการจัดการยาเสพติด อบายมุข และผู้มีอิทธิพล ขณะเดียวกัน “บ้านใหญ่” ยังคงเป็นกลไกอำนาจสำคัญตั้งแต่ระดับเทศบาลถึงระดับชาติ ทำหน้าที่ทั้งเป็นเจ้าของพื้นที่และผู้กำหนดเกม การเมืองในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ฝังรากลึกนี้ เป็นทั้งผลดีต่อการบริหารงานและอาจเป็นทั้งอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนคาดหวังได้ด้วยเช่นกัน
นายรุ่งภพ คงฤทธิ์ระจัน รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่าความน่าสนใจของผลโพลในครั้งนี้ คือการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับเทศบาลที่ผู้ชนะเลือกตั้งล้วนมาจากสังกัดพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีอำนาจในการควบคุมระบบการเมืองท้องถิ่นอยู่ก่อน การชนะเลือกตั้งจึงชี้ให้เห็นว่าการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองท้องถิ่นต้องอาศัยอำนาจทางการเมืองในระดับชาติเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนให้การเมืองท้องถิ่นดำเนินต่อไปได้
การได้พรรคการเมืองที่มิได้เป็นฝ่ายบริหารโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความเจริญงอกงามจะเป็นไปได้น้อยมาก อีกทั้งการผูกพันทางวัฒนธรรมการเมืองในระดับท้องถิ่นเป็นเรื่องความผูกพันทางปากท้องกินอยู่และบุญคุณจึงทำให้ผู้รับสมัครเลือกตั้ง ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใหญ่ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้
แต่เมื่อพิจารณาจะเห็นว่า การเมืองไทยจึงอยู่ในภาวะถดถอยโดยเฉพาะการเมืองในเขตพื้นที่เฉพาะมิได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองหน้าใหม่เข้ามามีโอกาสในการเป็นตัวแทนเพื่อนำเสนอแนวทางในการพัฒนาพื้นที่แบบปราศจากการแจกบุญคุณ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 68)
Tags: ผลสำรวจ, สวนดุสิตโพล, เลือกตั้งท้องถิ่น