ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 500 จุด หลังความตึงเครียดอิสราเอล-อิหร่านทวีความรุนแรง
หุ้นสหรัฐร่วงหนักหลังอิสราเอลโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจบานปลายสู่สงครามระดับภูมิภาค
ดัชนีหุ้นหลักในสหรัฐร่วงลงในวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน เนื่องจากความกลัวสงครามส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยง ดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรมร่วง 525.80 จุด หรือ 1.22% โดยเกือบทุกหุ้นใหญ่ติดลบ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.54% ส่วนแนสแด็กที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีร่วง 100 จุด หรือ 0.53%
ตลาดสั่นคลอนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุนแรง อิสราเอลโจมตีสถานที่สำคัญทางทหารและนิวเคลียร์ของอิหร่านหลายแห่ง รัฐบาลอิสราเอลอ้างว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคาม ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้อย่าง "ชอบธรรมและทรงพลัง"
อัลท์คอยน์รับผลกระทบหนักจากความตึงเครียดทั่วโลก
ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นทำให้นักเทรดต้องทบทวนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เช่น หุ้นเทคโนโลยี อาทิ หุ้น Nvidia ร่วง 1.5% และ Apple ลดลง 1% หลังจากเกิดการโจมตี ขณะเดียวกัน นักลงทุนหันไปสนใจสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและดอลลาร์
ผลกระทบนี้ทำให้คริปโตเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมลดลง 2.7% ส่วน Bitcoin (BTC) ร่วง 2.19% ลงมาอยู่ที่ 105,000 ดอลลาร์ อัลท์คอยน์หลักอย่าง Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) ร่วงหนักกว่า คือ 7.1% และ 7.45% ตามลำดับ
ความกลัวสงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอลส่งผลให้น้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น 14% ในช่วงหนึ่ง ไปอยู่ที่ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อิหร่านตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการผลิตน้ำมันโลก และอยู่ใกล้กับผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังก่อให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ในช่วงเวลาเดียวกัน การขึ้นภาษีของสหรัฐต่อคู่ค้าหลักอาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มเติม ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นนี้อาจลดโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นสัญญาณลบสำหรับทั้งตลาดเทคโนโลยีและคริปโต
แปลโดย DarkTokenX