ทรัมป์ย้ำอีกรอบ สหรัฐฯ ต้องครองโลกคริปโต แต่ตลาดเริ่มชินชา?
- ทรัมป์กับวิสัยทัศน์การครองความเป็นเจ้าในโลกคริปโต
- ปฏิกิริยาตลาดต่อข้อความซ้ำๆ ของทรัมป์
- ความคืบหน้ากฎหมาย Clarity Act และ GENIUS Act
- อนาคตของคริปโตภายใต้การนำของสหรัฐฯ
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำอีกครั้งว่าสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้นำด้านคริปโตเคอร์เรนซีในระดับโลก แต่ดูเหมือนว่าตลาดเริ่มชินชากับข้อความนี้แล้ว หลังเขาพูดซ้ำๆ มานานหลายปี ล่าสุดในปี 2026 ทรัมป์ยังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโตผ่านกฎหมาย Clarity Act และ GENIUS Act
ทรัมป์กับวิสัยทัศน์การครองความเป็นเจ้าในโลกคริปโต
ทรัมป์แสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าสหรัฐฯ จะต้องเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก โดยเขาเน้นย้ำผ่านทวิตเตอร์ว่า "เราต้องเป็นอันดับหนึ่ง" พร้อมกับผลักดันนโยบายผ่านกฎหมาย Clarity Act และ GENIUS Act ที่จะสร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้
จากข้อมูลของ Polymarket แพลตฟอร์มทำนายตลาด ชี้ให้เห็นว่ามีความเชื่อมั่นถึง 70% ที่ทรัมป์จะสามารถผลักดันนโยบายสนับสนุนคริปโตได้สำเร็จ ขณะที่ Coinbase หนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตชั้นนำก็แสดงท่าทีสนับสนุนแนวทางนี้
ปฏิกิริยาตลาดต่อข้อความซ้ำๆ ของทรัมป์
แม้ทรัมป์จะย้ำเจตนารมณ์เรื่องการครองความเป็นเจ้าในโลกคริปโต แต่ดูเหมือนว่าตลาดเริ่มชินชากับข้อความนี้แล้ว นักวิเคราะห์จาก BTCC ชี้ว่า "นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พูดถึงเรื่องนี้ ตลาดจึงตอบสนองน้อยลงเรื่อยๆ"
ข้อมูลจาก Watcher.Guru บนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือทวิตเตอร์) ชี้ให้เห็นว่าการพูดซ้ำๆ ของทรัมป์เกี่ยวกับคริปโตเริ่มได้รับความสนใจน้อยลงเมื่อเทียบกับเมื่อ 2-3 ปีก่อน
ความคืบหน้ากฎหมาย Clarity Act และ GENIUS Act
ปัจจุบัน กฎหมาย Clarity Act มีโอกาสผ่านสภาถึง 72% ตามข้อมูลจาก Polymarket ซึ่งจะสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ ขณะที่ GENIUS Act ก็กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาเช่นกัน
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าหากกฎหมายทั้งสองฉบับผ่าน จะช่วยยกระดับสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์กลางคริปโตอย่างแท้จริง แต่ก็มีเสียงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อตลาด
อนาคตของคริปโตภายใต้การนำของสหรัฐฯ
แม้ตลาดจะเริ่มชินชากับข้อความของทรัมป์ แต่หลายฝ่ายยังคงจับตาดูนโยบายที่อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมคริปโตในปี 2026 นี้ โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายสำคัญสองฉบับที่อาจกำหนดทิศทางใหม่ให้กับตลาดดิจิทัลแอสเซ็ตทั่วโลก
ทั้งนี้ บทความนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน