ฮังการีช็อกวงการ! ประกาศแบน ‘เทรดคริปโต’ ผิดกฎหมาย โทษหนักสุด 8 ปี สวนทาง EU
- ฮังการีออกกฎหมายเข้มงวดที่สุดในยุโรป?
- Revolut ระงับบริการทันที ผู้ใช้ 2 ล้านคนได้รับผลกระทบ
- 500,000 นักลงทุนฮังการีตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง
- สวนทาง EU ชัดเจน! MiCA vs กฎหมายฮังการี
- ธนาคารกลางฮังการีไม่ยอมรับคริปโตเป็นทุนสำรอง
- คำถามที่พบบ่อย
ฮังการีสร้างความตกตะลึงด้วยกฎหมายใหม่ที่ถือว่าการซื้อขายคริปโตบนแพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาตเป็นอาชญากรรม พร้อมโทษจำคุกสูงสุด 8 ปี สวนทางนโยบาย MiCA ของสหภาพยุโรปที่เพิ่งมีผล Revolut ระงับบริการทันที ผู้ใช้งานกว่า 2 ล้านคนเดือดร้อน!
ฮังการีออกกฎหมายเข้มงวดที่สุดในยุโรป?
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ฮังการีได้บังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการคริปโตทั่วโลก โดยกำหนดให้ "การใช้สินทรัพย์คริปโตในทางที่ผิด" และ "การให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตโดยไม่ได้รับอนุญาต" เป็นความผิดทางอาอาญา
ที่น่า่าตกใจคือบทลงโทษที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์:
- ประชาชนทั่วไปที่เทรดบนแพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาตเสี่ยงโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
- หากมูลค่าธุรกรรมเกิน 50 ล้านโฟรินต์ (~140,000 USD) โทษเพิ่มเป็น 3 ปี
- กรณีเกิน 500 ล้านโฟรินต์ โทษสูงสุด 5 ปี
- ผู้ให้บริการผิดกฎหมายเสี่ยงติดคุกสูงสุด 8 ปี!
Revolut ระงับบริการทันที ผู้ใช้ 2 ล้านคนได้รับผลกระทบ
ผลกระทบแรกที่เห็นได้ชัดคือการที่ Revolut นีโอแบงก์ยักษ์ใหญ่ประกาศระงับบริการคริปโตทั้งหมดในฮังการีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่
แม้ผู้ใช้ยังสามารถโอนเหรียญออกไปยังวอลเล็ตภายนอกได้ แต่ทุกบริการหลักรวมถึง:
- การซื้อขาย
- การฝากเงิน
- บริการ Staking
500,000 นักลงทุนฮังการีตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง
สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีชาวฮังการีประมาณ 500,000 คนที่ลงทุนในคริปโต ซึ่งภายใต้กฎหมายใหม่ที่ยังคลุมเครือนี้ กิจกรรมที่เคยทำมาตลอดอาจกลายเป็นความผิดได้ทันที
แหล่งข่าวระบุว่า "มีความเสี่ยงจริงที่ประชาชนทั่วไปอาจถูกดำเนินคดีเพียงเพราะจัดการการลงทุนของตนเองแบบที่เคยทำมา" และเสริมว่า "กฎหมายมีผลบังคับใช้ก่อนจะมีแนวทางการปฏิบัติ ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร"
สวนทาง EU ชัดเจน! MiCA vs กฎหมายฮังการี
ที่น่าสนใจคือกฎหมายฮังการีมีผลบังคับใช้วันเดียวกับ MiCA ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลคริปโตแบบเดียวกันทั่วภูมิภาค
นักวิเคราะห์จาก BTCC ให้ความเห็นว่า "เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ฮังการีเลือกใช้กฎที่เข้มงวดขนาดนี้ ในขณะที่ EU พยายามสร้างความสอดคล้องกัน" และเตือนว่าว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ "สร้างความไม่แน่นอนทางกฎหมายและอาจทำลายนวัตกรรมฟินเทค"
ธนาคารกลางฮังการีไม่ยอมรับคริปโตเป็นทุนสำรอง
ซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ธนาคารกลางฮังการีประกาศว่าจะไม่รวมคริปโตเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองประเทศ โดยอ้างถึงความผันผวนและความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบ
ดูเหมือนว่าว่าฮังการีกำลังเดินหน้าหน้าสร้างกำแพงกั้นระหว่างประเทศกับอุตสาหกรรมคริปโตอย่างชัดเจน ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกกำลังพยายามหาจุดสมดุลระหว่างการกำกับดูแลและการส่งเสริมนวัตกรรม
คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายใหม่ของฮังการีมีผลกับใครบ้าง?
กระทบทั้งผู้ใช้งานทั่วไปที่เทรดบนแพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาต และผู้ให้บริการ โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 8 ปีสำหรับผู้ให้บริการ
นักลงทุนฮังการีควรทำอย่างไรตอนนี้?
ควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้มีใบอนุญาตหรือไม่ และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม
เหตุใดฮังการีถึงออกกฎหมายนี้?
ยังไม่มีคำตอบชัดเจน แต่คาดว่าเกี่ยวข้องกับนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของรัฐบาล และความต้องการควบคุมการไหลเวียนของเงินทุน