BTCC / BTCC Square / D3F1 /
Mastercard จับมือ Binance, PayPal และ Ripple เปิดตัวโปรเจกต์ Web3 แห่งปี 2026

Mastercard จับมือ Binance, PayPal และ Ripple เปิดตัวโปรเจกต์ Web3 แห่งปี 2026

Author:
D3F1
Published:
2026-03-12 00:51:02


ในปี 2026 นี้ Mastercard ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับยักษ์ใหญ่ด้านคริปโตอย่าง Binance, PayPal และ Ripple เพื่อเปิดตัวโปรแกรม "Crypto Partner Program" ที่มุ่งบุกตลาด Web3 อย่างเต็มรูปแบบ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้งานบล็อกเชนสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนและธุรกรรม B2B

Mastercard กับวิสัยทัศน์ใหม่ในโลก Web3

Mastercard ได้เปิดตัวโปรแกรม "Start Path" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีพันธมิตรระดับโลกกว่า 85 รายเข้าร่วม รวมถึง Binance, PayPal และ Ripple โครงการนี้เน้นการแก้ปัญหาจริงในโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน

85+ พันธมิตรระดับโลกร่วมโปรเจกต์

โปรแกรม Crypto Partner Program ของ Mastercard ได้รวบรวมบริษัทชั้นนำกว่า 85 แห่งจากทั่วโลก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการใช้งานคริปโตในชีวิตประจำวัน Binance จะนำเสนอโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจร ในขณะที่ PayPal มุ่งเน้นการแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินฟิ at และ Ripple ให้ความสำคัญกับการโอนเงินข้ามพรมแดนด้วยความเร็วสูง

TradFi พบ On-chain: อนาคตใหม่ของการเงิน

Mastercard มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ทำงานคู่ขนานกับระบบการเงินแบบเดิม แต่กำลังถูกนำมาใช้แก้ปัญหาจริงในโลกการเงิน ตั้งแต่การโอนเงินระหว่างประเทศไปจนถึงธุรกรรม B2B

คำถามที่พบบ่อย

Mastercard Crypto Partner Program คืออะไร?

เป็นโปรแกรมที่ Mastercard จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในระบบการเงินแบบดั้งเดิม โดยมีพันธมิตรกว่า 85 รายเข้าร่วมในปี 2026

โครงการนี้จะส่งผลต่อผู้ใช้ทั่วไปอย่างไร?

ผู้ใช้จะได้ประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในการโอนเงินระหว่างประเทศและธุรกรรมออนไลน์ทั่วไป

เมื่อไหร่ที่โครงการนี้จะเริ่มใช้งานจริง?

บางฟีเจอร์เริ่มแล้วให้บริการแล้วในปี 2026 นี้ และคาดว่าจะขยายบริการเพิ่มเติมตลอดทั้งปี

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน