BTCC / BTCC Square / ChainWolfX /
‘เซียนนิรนาม’ เปลี่ยนเงิน 2 แสน เป็น 55 ล้านใน 2 สัปดาห์! เปิดกลยุทธ์ Market-Making สุดล้ำที่สร้างผลตอบแทน 220 เท่า

‘เซียนนิรนาม’ เปลี่ยนเงิน 2 แสน เป็น 55 ล้านใน 2 สัปดาห์! เปิดกลยุทธ์ Market-Making สุดล้ำที่สร้างผลตอบแทน 220 เท่า

Author:
ChainWolfX
Published:
2025-07-17 07:12:04


ในปี 2025 โลกคริปโตต้องตะลึงกับกรณีศึกษาของเทรดเดอร์นิรนามที่แปลงเงิน 250,000 บาทให้กลายเป็น 55 ล้านบาทภายใน 14 วัน ด้วยกลยุทธ์การทำตลาด (Market-Making) แบบพิเศษบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid ที่เน้นการเก็บค่ารีเบตและควบคุมความเสี่ยงอย่างแม่นยำ บทความนี้จะเจาะลึก 4 เทคนิคสำคัญที่ทำให้เขาได้ฉายา "ปีศาจแห่งสภาพคล่อง" พร้อมวิเคราะห์ว่าว่าทำไมกลยุทธ์นี้ถึงแตกต่างจากการเทรดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ปรากฏการณ์ผลตอบแทน 220 เท่า่าที่ทำให้วงการคริปโตสั่นสะเทือน

ชุมชนนักลงทุนคริปโตกำลังพูดถึงกรณีศึกษาที่น่าทึ่งที่สุดกรณีหนึ่งของปี 2025 เมื่อวอลเล็ตนามแฝง "0x6f90...336a" สร้างผลตอบแทน 220 เท่า่าจากเงินเริ่มต้นเพียง 6,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 250,000 บาท) ภายในระยะเวลาแค่ 2 สัปดาห์ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่าวอลเล็ตนี้มียอดซื้อขายสะสมกว่า 20.6 พันล้านดอลลาร์ และครองส่วนแบ่ง 3% ของฝั่ง Maker บน Hyperliquid แพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์

ที่มา: ข้อมูลจาก CoinTelegraph

4 กลยุทธ์ลับที่ทำให้ "ปีศาจแห่งสภาพคล่อง" ครองตลาด

จากการวิเคราะห์โดยทีมนักวิจัย BTCC พบว่าเทรดเดอร์รายนี้ใช้ชุดกลยุทธ์ที่แตกต่างจากการเทรดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง:

  1. การวางคำสั่งฝั่งเดียว (One-sided Quoting) - แทนที่จะวางคำสั่งทั้งซื้อและขายพร้อมกัน เขาจะเลือกวางเพียงฝั่งเดียวในแต่ละช่วงเวลา เพื่อลด Inventory Risk
  2. การเก็บเกี่ยวค่ารีเบต (Rebate Extraction) - ด้วยอัตรารีเบตเพียง 0.0030% ต่อการเทรด 100,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อทำซ้ำในปริมาณมหาศาลจึงสร้างกำไรก้อนใหญ่
  3. ระบบความเร็วสูง (Low-Latency Infrastructure) - ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Exchange เพื่อลดความหน่วงให้เหลือน้อยที่สุด
  4. วินัยการควบคุมความเสี่ยง (Risk Management) - มี Drawdown สูงสุดเพียง 6.48% และรักษา Delta Exposure ต่ำเสมอ

ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงได้เปรียบนักเทรดทั่วไป?

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ BTCC ความสำเร็จนี้สะท้อนปรัชญาใหม่ของการลงทุนในปี 2025 ที่ "การออกแบบความเสี่ยง" สำคัญกว่า "การรับความเสี่ยง" กลยุทธ์ Market-Making แบบนี้เปรียบเสมือนการเป็นเจ้าของคาสิโนมากกว่ากว่าการเป็นผู้เล่น โดยมีข้อได้เปรียบสำคัญ 3 ประการ:

  • ไม่ต้องพึ่งพาการคาดเดาทิศทางราคา
  • สร้างรายได้จากกลไกตลาดโดยตรง
  • ได้ประโยชน์จากความผันผวนโดยไม่ต้องกังวลกับทิศทาง

ที่มา: ข้อมูลจาก CoinTelegraph

บทเรียนสำหรับนักลงทุนรายย่อย

แม้กรณีศึกษานี้จะน่าทึ่ง แต่ก็มีข้อควรพิจารณาสำคัญหลายประการ:

  • ต้องการเงินทุนเริ่มต้นและโครงสร้างพื้นฐานราคาแพง
  • ต้องมีความเชี่ยวชาญในการเขียนอัลกอริทึมการเทรด
  • ได้เปรียบจากขนาด (Economies of Scale) จึงทำได้ยากสำหรับนักลงทุนเล็ก

นักวิเคราะห์จาก TradingView ให้ความเห็นว่า "นี่คือตัวอย่างชั้นยอดของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับกลยุทธ์ทางการเงิน แต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกคนสามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ"

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการลงทุน

คำถามที่พบบ่อย

เทรดเดอร์รายนี้ใช้แพลตฟอร์มอะไร?

เขาใช้แพลตฟอร์ม Hyperliquid ซึ่งเป็น decentralized perpetual exchange ที่ให้อัตรารีเบตที่ดีกับผู้สร้างสภาพคล่อง

กลยุทธ์นี้แตกต่างจากการเทรดปกติอย่างไร?

ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ต้องคาดการณ์ทิศทางราราคา แต่ทำกำไรจากความผันผวนและกลไกตลาดโดยตรง

ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงได้ผลตอบแทนสูงขนาดนี้?

เกิดจากการทำซ้ำในปริมาณมหาศาล (1.4 พันล้านดอลลาร์ใน 2 สัปดาห์) และการควบคุมความเสี่ยงอย่างแม่นยำ

นักลงทุนทั่วไปสามารถทำตามได้หรือไม่?

ทำได้ยาก เพราะต้องการทั้งทักษะการเขียนโค้ด โครงสร้างพื้นฐานพิเศษ และเงินทุนเริ่มต้นที่เพียงพอ

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน