ทองคำพุ่งแตะ 4,574 ดอลลาร์ สวนทาง Bitcoin ร่วง จับตา Smart Money หนุน SET Index
- SET Index ปรับตัวขึ้น 1.1%: สวนกระแสตลาดโลก
- ทองคำ vs Bitcoin: การเคลื่อนไหวที่สวนทางกัน
- การหมุนเวียนสภาพคล่อง: กลยุทธ์ของ Smart Money
- คำแนะนำสำหรับนักลงทุน: ควรจัดสรรพอร์ตอย่างไร?
ราคาทองคำพุ่งแตะระดับ 4,574 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ Bitcoin ร่วงลงกว่า 2% เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของ Smart Money ที่กำลังสนับสนุน SET Index ให้ปรับตัวขึ้น แม้ตลาดหุ้นสหรัฐจะร่วงลง
ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ โดยราคาทองคำ (XAU/USD) ปรับตัวขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 4,574.9 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 162,408 บาท) ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 1.78% แต่ที่น่าสนใจคือ SET Index ของไทยกลับปรับตัวขึ้น 1.1% มาอยู่ที่ 1,432.99 จุด
SET Index ปรับตัวขึ้น 1.1%: สวนกระแสตลาดโลก
การปรับตัวขึ้นของ SET Index ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะตลาดโลกที่ผันผวน นักวิเคราะห์จาก BTCC ชี้ว่า Smart Money กำลังมองหาตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่มีมูลค่าตราสารต่ำกว่ามูลค่าจริง (Undervalued) เป็นจุดลงทุนใหม่ หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐและคริปโตเคอร์เรนซีมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า SET Index มีมูลค่าตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้น 1.1% ในวันนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินทุนไหลเข้าสู่กลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าจริง (Value Stocks) และกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย
ทองคำ vs Bitcoin: การเคลื่อนไหวที่สวนทางกัน
ในขณะที่ทองคำกำลังได้รับความนิยมในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ราคา Bitcoin กลับร่วงลง 2.23% มาอยู่ที่ 69,173 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,455,641 บาท) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569
นักวิเคราะห์จาก BTCC อธิบายว่า "ทองคำและ Bitcoin มักจะเคลื่อนไหวสวนทางกันในภาวะตลาดผันผวน ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedging Asset) ในขณะที่ Bitcoin ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-on Asset)"
ข้อมูลจาก CoinMarketCap แสดงให้เห็นว่ามูลค่าตลาดรวมของทองคำสูงกว่ามูลค่าตลาด Bitcoin ถึง 1.6 เท่า ในขณะที่นักลงทุนสถาบันกำลังปรับพอร์ตการลงทุนโดยลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย
การหมุนเวียนสภาพคล่อง: กลยุทธ์ของ Smart Money
ปรากฏการณ์ Liquidity Rotation ที่เกิดขึ้นในขณะนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Smart Money ที่กำลังปรับพอร์ตการลงทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยและตลาดเกิดใหม่ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าจริง
นักวิเคราะห์จาก BTCC อธิบายว่า Smart Money มักจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนหลัก: 1. ส่วนป้องกันความเสี่ยง (Defensive): มักลงทุนในทองคำซึ่งมีราคาปัจจุบันอยู่ที่ 162,408 บาทต่อออนซ์ ($4,574.9) 2. ส่วนแสวงหามูลค่า (Value Seeking): มุ่งเน้นไปที่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เช่น SET Index ของไทยที่ปรับตัวขึ้น 1.1% ในวันนี้
"SET Index กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในฐานะ 'ที่จอดเงิน' ชั่วคราว (Parking Space) ในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐและคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง" นักวิเคราะห์จาก BTCC กล่าว
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน: ควรจัดสรรพอร์ตอย่างไร?
ในสภาวะตลาดที่ผันผวนเช่นนี้ นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาจัดสรรพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) อย่างเหมาะสม โดยอาจใช้กลยุทธ์ดังนี้:
1. สำหรับ Bitcoin: ควรใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Averaging) และหลีกเลี่ยงการใช้เลเวอเรจ (Leverage) ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
2. สำหรับทองคำ: สามารถถือเป็นสัดส่วน 10-15% ของพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง
3. สำหรับ SET Index: อาจพิจารณาลงทุนในกลุ่มหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
"สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์ประเภทเดียว และควรกระจายความเสี่ยงตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้" นักวิเคราะห์จาก BTCC กล่าวทิ้งท้าย