ข่าว BTC: ยูเครนเสนอร่างกฎหมายสร้างทุนสำรองด้วย Bitcoin
สมาชิกรัฐสภายูเครนได้เสนอร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ธนาคารแห่งชาติยูเครนสามารถรวมสินทรัพย์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เช่น ทองคำและสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งนำโดย Yaroslav Zheleznyak โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการประเทศเข้ากับนวัตกรรมทางการเงินระดับโลก และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจมหภาค ในขณะเดียวกัน ยูเครนถือครอง Bitcoin จำนวน 46,351 BTC มูลค่ากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ประเทศนี้ติดอันดับ 1 ใน 4 ประเทศที่มี Bitcoin สูงที่สุด
ส.ส. ยูเครนเสนอร่างกฎหมายสร้างทุนสำรองคริปโต
ส.ส. ยูเครนได้เสนอร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ธนาคารแห่งชาติยูเครนสามารถรวมสินทรัพย์เสมือนเข้าไปในทุนสำรองทองคำและเงินตราต่างประเทศได้ ร่างกฎหมายนี้ซึ่งนำโดย Yaroslav Zheleznyak มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการประเทศเข้ากับนวัตกรรมทางการเงินระดับโลก ในขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจมหภาค
ยูเครนถือครอง Bitcoin จำนวน 46,351 BTC ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ประเทศนี้ติดอันดับ 1 ใน 4 ของประเทศที่มีการถือครอง Bitcoin สูงสุด รองจากสหรัฐอเมริกา จีน และสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์เหล่านี้ถูกระบุว่าถือครองโดยบุคคลทั่วไป ไม่ใช่โดยรัฐ
การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในหมู่ประเทศต่างๆ ที่กำลังสำรวจการสร้างทุนสำรองคริปโต ล่าสุดปากีสถานได้ประกาศแผนการที่คล้ายกัน ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้นำในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในระดับสถาบัน
รัฐคอนเนตทิคัตผ่านร่างกฎหมายห้ามลงทุนในบิตคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซี
รัฐคอนเนตทิคัตได้บังคับใช้กฎหมาย HB7082 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ห้ามประชาชนถือครองหรือลงทุนในบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ กฎหมายนี้กำหนดให้ธุรกิจคริปโตต้องเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีการยืนยันอายุสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบนแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้มาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML) ที่เข้มงวด โดยกำหนดให้บริษัทคริปโตต้องปฏิบัติตามมาตรการความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวของรัฐคอนเนตทิคัตนี้แตกต่างอย่างชัดเจนกับรัฐเช่นเท็กซัสและนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งกำลังสำรวจการถือครองบิตคอยน์เป็นทุนสำรองอย่างแข็งขัน
ยูเครนเสนอร่างกฎหมายให้ธนาคารกลางถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง
สภาสูงสุดของยูเครน (Verkhovna Rada) ได้รับร่างกฎหมายหมายเลข 13356 ซึ่งเสนอให้จัดประเภท Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เป็นสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศควบคู่ไปกับทองคำและสกุลเงินต่างประเทศ กฎหมายนี้จะให้อำนาจดุลยพินิจแก่ธนาคารแห่งชาติยูเครนในการจัดสรรเงินสำรองเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล
การแก้ไขกฎหมายธนาคารกลางของยูเครนนี้เป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการจากสถาบันว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นชั้นสินทรัพย์สำรองที่ถูกต้อง ผู้สังเกตการณ์ตลาดระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับความสนใจที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในหมู่หน่วยงานรัฐในการกระจายสินทรัพย์สำรองนอกเหนือจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม
หากกฎหมายนี้ผ่าน ยูเครนจะเข้าร่วมกับกลุ่มประเทศที่กำลังสำรวจการถือสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์สำรอง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลในวงกว้างในกลยุทธ์การจัดการความมั่งคั่งของรัฐ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่การยอมรับ Bitcoin จากสถาบันการเงินทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คริปโตเคอร์เรนซีพุ่งแรงหลังความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐ-จีนคลี่คลาย
บิตคอยน์และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมพุ่งสูงขึ้นหลังจากมีสัญญาณว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนเริ่มคลี่คลาย การพัฒนานี้เกิดขึ้นหลังจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความตกลงทางการค้าเบื้องต้น ซึ่งจุดประกายความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง
ข้อเสนอความตกลงดังกล่าวรวมถึงการที่จีนจะจัดหาธาตุหายากล่วงหน้า โดยมีโครงสร้างภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ผู้เข้าร่วมตลาดตีความว่าการพัฒนานี้ช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคที่กดดันมูลค่าตลาดคริปโตมาหลายเดือน บิตคอยน์ซึ่งก่อนหน้านี้เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้กลับมามีโมเมนตัมอีกครั้งหลังจากข่าวนี้ปรากฏ
อัลต์คอยน์ที่อ่อนไหวต่อประเด็นการค้ามีปฏิกิริยาที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยบางสกุลมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสองหลักเปอร์เซ็นต์ การแก้ไขปัญหานี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับตลาดคริปโตที่ไวต่อการพัฒนาด้านมาโครมาตลอดปี 2024
ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐเป็นไปตามคาดการณ์ ตลาดคริปโตและหุ้นยังคงความแข็งแกร่ง
ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดสำหรับเดือนพฤษภาคม ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ แสดงอัตราเงินเฟ้อรายปีที่ 2.5% สอดคล้องกับความคาดหมายของตลาด แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนเมษายนที่ 2.3% แต่ Bitcoin และ altcoin หลักยังคงมีเสถียรภาพ สะท้อนความมั่นใจของนักลงทุนท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับปานกลาง
CPI หลัก ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.9% รายปี ในขณะที่ตัวเลขรายเดือนแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แม้จะดูไม่มากนัก แต่สามารถบ่งชี้แนวโน้มตลาดที่กว้างขึ้น ขณะที่เทรดเดอร์ประเมินขั้นตอนต่อไปของ Federal Reserve
ด้วยเงินเฟ้อที่ยังคงที่ คาดว่า Fed จะรักษาอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันในการประชุมเดือนมิถุนายน ตัวชี้วัดตลาด รวมถึง CME FedWatch Tool และแพลตฟอร์มทำนายเช่น Polymarket ชี้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนออกไปจนถึงปี 2025 ซึ่งสะท้อนแนวทางที่ระมัดระวังต่อนโยบายการเงิน
อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวในเดือนพฤษภาคม บิทคอยน์ปรับตัวสูงขึ้นตามความคาดหวังการลดอัตราดอกเบี้ย
อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนพฤษภาคม โดยดัชนีราคาผู้บริโภครายเดือน (CPI) ทั้งแบบรวมและแบบแกนกลางเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ 2.4% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อแกนกลางลดลงเหลือ 2.8% ตลาดตีความว่าข้อมูลนี้สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดภายในปีนี้
บิทคอยน์ปรับตัวสูงขึ้น 0.6% ทันทีหลังรายงานออกมา โดยซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 109,800 ดอลลาร์ ปฏิกิริยาบวกของคริปโตเคอร์เรนซีนี้สะท้อนถึงความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้นต่อตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคและความคาดหวังนโยบายการเงิน นักเทรดปัจจุบันประเมินว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยสองครั้งในปี 2024 โดยคาดการณ์ครั้งแรกในเดือนกันยายน
ข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมานี้ส่งเสริมความนิยมในสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนปรับความคาดหวังต่อนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แม้เฟดจะยังคงยืนยันท่าทีระมัดระวัง แต่ผู้เล่นในตลาดดูจะมั่นใจมากขึ้นกับการเปลี่ยนแนวนโยบาย สภาพแวดล้อมเช่นนี้ยังคงเอื้อต่อสินทรัพย์ทางเลือกอย่างบิทคอยน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความกังวลต่อการลดค่าของสกุลเงิน