ข่าว BTC: Bitcoin อาจพุ่งถึง 150,000 ดอลลาร์ใน 5 ปี ตามการทำนายของชุมชนไทย
มีการทำนายว่า Bitcoin อาจพุ่งสูงถึง 150,000 ดอลลาร์ภายใน 5 ปี โดยชุมชนไทยที่เรียกตัวเองว่า "Thai Crowning Community" ซึ่งสร้างความฮือฮาในวงการนักลงทุนและผู้ประกอบการ การทำนายนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาด cryptocurrency ที่ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันต่างให้ความสนใจเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะยังไม่มีการระบุปัจจัยเฉพาะที่สนับสนุนการทำนายนี้อย่างชัดเจนก็ตาม
ซีอีโอ Fastwork ทำนาย Bitcoin จะพุ่งถึง 150,000 ดอลลาร์ใน 5 ปี
ชุมชนคริปโตไทยกำลังฮือฮาหลังซีอีโอ Fastwork อย่าง CK ออกมาเปิดเผยคำทำนายราคาบิทคอยน์ที่กล้าหาญ ผ่าน Siamblockchain โดย CK มั่นใจว่าบิทคอยน์จะพุ่งไปที่ 150,000 ดอลลาร์ภายใน 5 ปี "ผมพร้อมที่จะพนันกับใครก็ได้" คำประกาศของเขาทำให้เกิดการถกเถียงอย่างร้อนแรงในหมู่นักลงทุนและผู้ประกอบการ
คำทำนายนี้สะท้อนถึงแนวโน้มขาขึ้นในตลาดคริปโตเอเชีย ที่ทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ระบุปัจจัยเฉพาะเจาะจง แต่กรอบเวลา 5 ปีบ่งบอกถึงความคาดหวังในการยอมรับที่กว้างขึ้นและปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจมหภาค
บิตคอยน์แตะระดับสูงสุดใหม่ท่ามกลางการกว้านซื้อของสถาบันการเงิน
บิตคอยน์พุงสู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 111,970 ดอลลาร์ในระหว่างการเฉลิมฉลองวันพิซซ่าบิตคอยน์ ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญหลังจากเดินทางมา 15 ปีตั้งแต่การซื้อพิซซ่าด้วยบิตคอยน์ 10,000 เหรียญ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ จุดเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นในขณะที่นักลงทุนสถาบันแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในสินทรัพย์ประเภทนี้
MicroStrategy ได้เพิ่มบิตคอยน์จำนวน 7,390 เหรียญเข้าไปในคลังสินทรัพย์อย่างแข็งขัน แม้ในระดับราคาที่สูง โดยใช้งบประมาณ 765 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายการถือครองเป็น 576,230 เหรียญ การกว้านซื้อโดยบริษัทต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไปแม้ในระดับมูลค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสัญญาณของความต้องการจากสถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง
ผู้สังเกตการณ์ตลาดระบุถึงความเหมาะสมของเวลาที่บิตคอยน์ทำสถิติสูงสุดใหม่ตรงกับวันพิซซ่าบิตคอยน์ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจประจำปีถึงศักยภาพการเติบโตอย่างมหาศาลของคริปโทเคอร์เรนซี การเดินทาง 15 ปีจากการซื้อพิซซ่าสู่การเป็นสินทรัพย์ระดับล้านล้านดอลลาร์ ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของบิตคอยน์ จากความน่าสนใจบนอินเทอร์เน็ต สู่สินทรัพย์มาตรฐานของสถาบันการเงิน
หุ้น Metaplanet ยังถูกประเมินต่ำแม้ถือ Bitcoin นักลงทุน Richard Byworth ระบุ
Metaplanet หุ้นเล่น Bitcoin สำคัญเพียงรายเดียวของญี่ปุ่น ยังคงดึงดูดความสนใจขณะที่ Richard Byworth นักลงทุนยืนยันว่ายังถูกประเมินต่ำแม้หลังพุ่งล่าสุด ราคาซื้อขายในตลาด OTC สหรัฐ (MTPLF) อยู่ที่ $10.82 ต่อหุ้น คิดเป็นเพียง 5 เท่าของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิจาก Bitcoin ที่ถืออยู่ ซึ่งต่างจาก MicroStrategy ที่มีมูลค่า 1.75 เท่า
ผู้ขาย short กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น โดยเกือบ 30% ของหุ้น Metaplanet ถูกขาย short ท่ามกลางราคาที่เพิ่มขึ้น ช่องว่างระหว่างมูลค่าจาก Bitcoin กับราคาตลาดสร้างเรื่องราวน่าสนใจสำหรับนักลงทุนหุ้นที่โฟกัสคริปโต
บิทคอยน์ทะลุ 111,000 ดอลลาร์ สหรัฐฯ ขึ้นนำตลาด — แต่จะนานแค่ไหน?
บิทคอยน์ทำลายสถิติใหม่ พุ่งแตะ 111,980 ดอลลาร์ จากการเข้าซื้อของสถาบันการเงินสหรัฐฯ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยักษ์ใหญ่วอลล์สตรีทและนโยบายที่ส่งเสริมคริปโตกำลังขับเคลื่อนการเติบโตนี้ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาด
ข้อมูลออนเชนเปิดเผยว่าสถาบันสหรัฐฯ ถือบิทคอยน์มากกว่าประเทศใดในโลก แนวโน้ม Golden Cross บนกราฟสัดส่วนทุนสำรองสหรัฐฯ เทียบกับประเทศอื่นชี้ให้เห็นความแข็งแกร่งของตลาดขาขึ้น แม้จะมีการแข่งขันจากจีนก็ตาม
ความเชื่อมั่นของสถาบันใน Bitcoin เพิ่มขึ้นเมื่อการสนับสนุนด้านกฎหมายเติบโต
Bitazza ประเทศไทยชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบัน หลังจากความก้าวหน้าด้านกฎระเบียบในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ กรอบกฎหมายล่าสุดที่สนับสนุนสเตเบิลคอยน์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Bitcoin บรรลุราคาสูงสุดใหม่
ธนวัฒน์ สุตนทิวงศ์กุล จาก Bitazza ระบุว่าการพัฒนานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ความเชื่อมั่นในตลาดสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มการยอมรับคริปโตโดยสถาบัน
บิตคอยน์เข้าสู่ช่วงสะสมที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคม ราคาพุ่งเกิน 110,000 ดอลลาร์
บิตคอยน์ได้เข้าสู่ช่วงสะสมที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคม โดยคะแนนแนวโน้มการสะสม (Accumulation Trend Score) จาก Glassnode แตะ 1.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการซื้อที่กว้างขวางในทุกกลุ่มกระเป๋าสตางค์ ขณะที่ BTC ราคาซื้อขายเหนือ 110,000 ดอลลาร์ สร้างกำไรรายเดือน 18%
การพุ่งขึ้นเริ่มต้นในต้นเดือนพฤษภาคม โดยนำโดยวาฬที่มีการถือครองมากกว่า 10,000 BTC ตามด้วยนักลงทุนรายย่อยอย่างรวดเร็ว สร้างวงจรความต้องการที่เสริมกำลังกันเอง ตัวชี้วัดของ Glassnode ไม่รวมกระเป๋าสตางค์บนแลกเปลี่ยนและของนักขุด เพื่อแยกแนวโน้มการสะสมที่แท้จริง