FED เสียงแตก! รายงานประชุมชี้อาจขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ลง Bitcoin ร่วงหลุด 66,000 ดอลลาร์
การประชุมของ Federal Reserve (FED) เมื่อวันที่ 27-28 มกราคม 2026 เปิดเผยความเห็นที่แตกแยกในคณะกรรมการเกี่ยวกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ หลังรายงานแสดงสัญญาณเงินเฟ้อยังคงสูงเกินเป้า 2% ของ FED
FED เสียงแตก! ทิศทางนโยบายดอกเบี้ย
รายงานการประชุม FOMC ล่าสุดแสดงให้เห็นความเห็นที่แตกต่างภายในคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Federal Reserve โดยกลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรเพิ่มอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังไม่ลดลง ในขณะที่อีกกลุ่มต้องการรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน
Michael Barr รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของ Fed และ Lorie Logan ประธานธนาคารกลางดัลลัส เป็นหนึ่งในผู้ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังสูงเกินเป้าหมาย 2% ของ Fed
จากข้อมูลของ CME FedWatch ตลาดยังคาดการณ์ 90% ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม แม้จะมีเสียงบางส่วนใน Fed ที่ต้องการมาตรการที่เข้มงวดกว่า
ผลกระทบต่อ Bitcoin
หลังรายงานการประชุม FOMC ถูกเปิดเผย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ จากระดับสูงสุดที่ 70,000 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดคริปโตต่อทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
นักวิเคราะห์จาก BTCC ระบุว่า "ตลาดคริปโตมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสภาพคล่องในระบบการเงิน การที่ Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยสร้างแรงกดดันต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด รวมถึง Bitcoin"
ทิศทางเงินเฟ้อกับอนาคตของ Bitcoin
ตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลักทั้ง CPI และ PCE ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed โดย CPI ล่าสุดอยู่ที่ 2.4% ในขณะที่ PCE Core อยู่ที่ 2.8% สถานการณ์นี้ทำให้ Fed ต้องพิจารณานโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง
นักวิเคราะห์จาก TradingView ให้ความเห็นว่า "หาก Fed ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยจริง เราอาจเห็น Bitcoin ร่วงลงไปทดสอบแนวรับที่ 60,000 ดอลลาร์ แต่ในระยะยาว เทรนด์ขาขึ้นของ Bitcoin ยังไม่เปลี่ยนแปลง"
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Fed ถึงอาจขึ้นดอกเบี้ย?
Fed อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังคงสูงเกินเป้าหมาย 2% ที่กำหนดไว้ เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับที่เหมาะสม
Bitcoin จะได้รับผลกระทบอย่างไร?
Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ มักได้รับผลกระทบเชิงลบจากการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินลดลง
นักลงทุนควรทำอย่างไรในสถานการณ์นี้?
นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงและติดตามข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวชี้วัดเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายของ Fed