กรรมการ Fed เตือน! Stablecoin กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด – ชี้ทั่วโลกแห่ใช้ดอลลาร์ อาจกดดัน Fed ให้ลดดอกเบี้ยในปี 2025
- GENIUS Act กับอนาคตของ Stablecoin ที่อาจเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก
- "การหลบหนีสู่ดอลลาร์" ปรากฏการณ์ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อ Fed
- Stablecoin อาจส่งผลต่อ "อัตราดอกเบี้ยธรรมชาติ" ของ Fed
- บทสรุปและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
สตีเเฟน มิราน (Stephen Miran) กรรมการอดีตผู้บริหารกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และผู้ร่วมก่อตั้ง Solana Foundation ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของ Stablecoin ในการประชุม BCVC Summit 2025 โดยเขาระบุว่า Stablecoin กำลังกลายเป็น "ช้างตัวใหญ่ในห้อง" (Multitrillion dollar elephant in the room) ที่อาจส่งผลกระทบต่อนโยบายการเงินของ Fed และระบบการเงินโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศตลาดเกิดใหม่ (EMEs) ที่หันมาใช้ Stablecoin แบบดอลลาร์มากขึ้น ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันให้ Fed ต้องพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าว่าที่คาดการณ์ไว้
GENIUS Act กับอนาคตของ Stablecoin ที่อาจเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก
มิรานได้อธิบายถึงร่างกฎหมาย GENIUS Act ที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ที่ชัดเจน โดยเฉพาะ Stablecoin ที่มีสินทรัพย์หนุนเป็นดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1 เขาระบุว่า "นี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้ Stablecoin เข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก" โดยปัจจุบัน Stablecoin อย่าง USDT และ USDC มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
"การหลบหนีสู่ดอลลาร์" ปรากฏการณ์ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อ Fed
มิรานชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ "การหลบหนีสู่ดอลลาร์" (Dollarization) ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ประชาชนหันมาใช้ Stablecoin แบบดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากค่าเงินท้องถิ่นที่ผันผวน "Stablecoin กำลังทำหน้าที่เป็นสะพาน (Bridge) ที่ช่วยให้เงินทุนไหลเข้าเข้าสู่ระบบดอลลาร์ได้อย่างอิสระมากขึ้น" มิรานกล่าว พร้อมยกตัวอย่างประเทศอย่างอาร์เจนตินาและตุรกีที่มีการใช้ Stablecoin เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในปีที่ผ่านมา
Stablecoin อาจส่งผลต่อ "อัตราดอกเบี้ยธรรมชาติ" ของ Fed
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ Stablecoin อาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยธรรมชาติ (r*) ของ Fed มิรานอธิบายว่า "การไหลเข้าเข้าของเงินทุนผ่าน Stablecoin อาจทำให้อุปทานเงินกู้ยืม (Supply of Loanable Funds) ในระบบเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสมดุลในระยะยาวลดลง" โดยงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า Stablecoin อาจกดดันให้ r* ลดลง 1-3% ซึ่งจะสร้างความท้า้าทายต่อนโยบายการเงินของ Fed ในอนาคต
บทสรุปและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
"เรากำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ 'เงินออมโลกส่วนเกิน' (Global Saving Glut) รูปแบบใหม่" มิรานสรุป "Fed จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยนี้อย่างรอบคอบในการกำหนดนโยบายการเงินต่อไป" ผู้เชี่ยวชาญจาก BTCC มองว่าแนวโน้มนี้จะเร่งให้ Fed ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในปี 2025